3 เหตุผลที่ทำให้โฆษณาใน Facebook ของคุณได้รับ CTR ต่ำ

3-reasons-low-ctr-facebook

เมื่อวานเขียนบทความ 3 สาเหตุที่ทำให้โฆษณาใน Google Adwords Search ได้รับ CTR ที่ต่ำ วันนี้มาถึงคราวของ Facebook กันบ้าง คงไม่ต้องอธิบายซ้ำอีกรอบว่า CTR คืออะไร แล้วมันมีความสำคัญอย่างไรนะครับ (ย้อนกลับไปอ่านในบทความก่อนหน้านี้ได้) แต่ก่อนอื่นอยากจะอธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง CTR All กับ CTR Link หน่อยว่ามันแตกต่างกันอย่างไร โดยความแตกต่างนี้เกิดขึ้นจากการนับคลิกที่จะนำมาใช้คิด CTR นั่นเอง

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า CTR คำนวณโดยใช้สูตร CTR = (Click / impression) * 100

CTR All คือการนำเอาคลิกรวมทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับโฆษณานั้นมาหารด้วย impression รวม ซึ่งคำว่า Click รวมในที่นี้หมายถึงคลิกทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น คลิกที่รูปเพื่อขยาย คลิกกดถูกใจ คลิกแสดงความเห็น คลิกแชร์ และคลิกอื่นๆที่เกิดขึ้นกับโฆษณาชิ้นนั้น

CTR All = (All Click / impression) * 100

ส่วน CTR Link คือการนับเฉพาะคลิกที่พากลุ่มเป้าหมายออกไปสู่หน้า Landing page เท่านั้นในการคำนวณ

CTR Link = (Link Click / impression) * 100

อันนี้เป็นความแตกต่างที่โฆษณาในเครือข่ายค้นหาไม่มีก็เลยต้องอธิบายกันหน่อย ตอนนี้เราไปดูกันดีกว่าครับว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้โฆษณาใน Facebook ได้รับ CTR ที่ต่ำ

1. ภาพที่ใช้ไม่ดึงดูดมากเพียงพอ

อย่างที่มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า ภาพหนึ่งภาพแทนความหมายได้เป็นพันๆคำ การทำโฆษณาใน Facebook ก็เช่นกัน ภาพมีความสำคัญอย่างมากต่อความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ถ้าเราใช้ภาพที่ไม่น่าสนใจก็อาจจะทำให้กลุ่มเป้าหมายไม่มี Action ใดๆและเลื่อนผ่านโฆษณาของเราไปอย่างรวดเร็ว แนวทางปฏิบัติที่ดีนอกจากการทำภาพให้สวยงานและน่าสนใจแล้วก็คือการทำ A/B Testing เพื่อเลือกภาพที่ดีที่สุดในการปล่อยโฆษณารันในระยะยาว

2. เขียน Headline และ Caption ไม่น่าสนใจ

ข้อนี้จะคล้ายกับ Google Adwords ที่เขียนไปเมื่อวาน แม้ว่าองค์ประกอบของโฆษณาใน Facebook ที่สำคัญที่สุดคือรูปภาพ แต่ข้อความใน Headline และ Caption ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะนี่สิ่งที่ 2 ต่อจากรูปภาพที่กลุ่มเป้าหมายจะใช้เวลาในการมองและพิจารณาว่าโฆษณานั้นเกี่ยวข้องกับอะไร และ เขาควรจะคลิกมันหรือไม่ ในบางครั้งเราไม่สามารถใช้รูปภาพอธิบายสิ่งที่เราต้องการได้ทั้งหมด การใช้ Caption ประกอบจะช่วยให้โฆษณาของเราสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดตามจุดประสงค์มากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือการเขียน Headline และ Caption ในแบบ Clickbait หรือการเขียนล่อเป้าให้คนคลิกเยอะๆเช่น คุณเห็นแล้วจะต้องอึ้ง คุณจะแทบไม่เชื่อ คุณจะต้องตะลึง นี่จะทำให้คุณน้ำตาไหล เพราะการเขียนโฆษณาในลักษณะนี้จะส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานของผู้บริโภคที่ไม่ดีเพราะทำให้รู้สึกว่าถูกหลอกล่อให้เข้าไปอ่านอะไรที่ไม่ได้อึ้ง ไม่ได้ตะลึง

3. กลุ่มเป้าหมายที่เลือกไม่ตรงกับข้อความโฆษณา

ใน Google Adwords เราใช้ Keyword ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ส่วนใน Facebook นั้นเราใช้ เพศ อายุ สถานที่ พฤติกรรม และความสนใจในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะเห็นโฆษณาของเรา ถ้าเรากำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่ไม่ได้มีความสนใจใน Content ของเรา นั่นย่อมส่งผลต่อ CTR ที่ต่ำลงด้วย แต่ผมเข้าใจดีว่าสำหรับบางธุรกิจมันก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่ากลุ่มเป้าหมายของเราคือกลุ่มไหน อายุเท่าไหร่ เพศอะไร อยู่ที่ไหน สนใจเรื่องอะไร ซึ่งนั่นต้องอาศัยการทำ A/B Testing อีกเช่นกันเพื่อหากลุ่มเป้าหมายที่ดีที่สุดต่อไป

Related Post