เล่าเหตุการณ์จริงในการใช้ Google Adwords เพิ่มยอดขายได้มาก

dav

เชื่อว่าหนึ่งในคำถามของคนที่ยังไม่เคยใช้ Google Adwords ก็คือ “มันช่วยหาลูกค้าได้จริงๆหรือเปล่า”, “มันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายหรือไม่” วันนี้ก็เลยอยากเอาเคสตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นกับผมเองแบบสดๆร้อนๆมาเล่าให้ฟังกันครับ แล้วคุณค่อยตัดสินเองว่ามันจะมีประโยชน์กับธุรกิจของคุณหรือไม่

เรื่องนี้เป็นเคสตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงของตัวของผมเอง และผมคิดว่าควรค่าแก่การที่จะนำเอามาแชร์ใน HookTalk เพราะมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตลาด เริ่มเลยก็แล้วกันครับ ฮ่าๆ คืองี้ เมื่อประมาณ 3-4 วันที่แล้วผมขับรถผ่านไปแถวบางนาซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักมากๆ ทุกตารางนิ้วบนพื้นถนนถูกน้ำเข้ามายึดครอง น้ำท่วมสูงประมาณครึ่งหน้าแข้งและมันทำให้รถของผมมีปัญหาในทันที ไม่สามารถวิ่งต่อได้ ถึงตอนนี้ผมต้องการความช่วยเหลือแล้ว

แต่ปัญหาคือ ผมไม่เคยมีนามบัตรรถยกหรือรถลากใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้ผมยังไม่รู้จักอู่ซ่อมๆใดๆที่อยู่ในละแวกนี้อีกด้วย ประกอบกับช่วงเวลาตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่มแล้วยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ หลังจากโทรหาที่บ้านและเพื่อนๆที่อยู่แถวๆนั้นก็พบว่าไม่มีใครมีเบอร์รถยกหรือรถลากเลย แล้วผมก็ตัดสินใจทำสิ่งที่คนยุคนี้ทุกคนจะต้องทำนั่นก็คือการหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเข้า Google เพื่อทำการค้นหา ผมค้นหาด้วย Keyword คำว่า “รถยก บางนา” ทันใดนั้นก็มีโฆษณาโพล่ออกมาทั้งหมด 3 เว็บไซต์

ผมเลือกจิ้มไปที่โฆษณาในอันที่ 2 สาเหตุที่ไม่ได้เลือกโฆษณาอันที่ 1 ทั้งๆที่มันอยู่สูงกว่าก็เพราะว่าโฆษณาอันที่ 2 มีคำว่า “บางนา” อยู่ใน Headline (พาดหัวของโฆษณาด้วย) เมื่อเข้าไปแล้วก็เจอกับรายละเอียดพร้อมเบอร์โทรของรถสไลด์ที่จะมาช่วยยกไปยังศูนย์ฮอนด้าได้ ซึ่งแน่นอนว่าคนขับรถสไลด์ก็อยู่แถวบางนาตามที่โฆษณาไว้ด้วย

ผมตกลงใช้บริการและหลังจากผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง รถสไลด์ก็ฝ่ารถติดของย่านบางนาในวันที่น้ำท่วมจนมาเจอรถที่กำลังเสียอยู่ของผมจนได้ ภายในเวลา 10 นาทีรถของผมก็ถูกลากขึ้นไปยังรถสไลด์คันนั้น ผมเดินตามคนขับไปยังหัวรถลากและปีนเข้าไปนั่ง ไม่นานนักคนขับก็ตามเข้ามา แล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ศูนย์ฮอนด้า

ลูกค้าของคุณคือใคร เข้าถึงพวกเขาได้อย่างไร

ระหว่างทางผมก็คุยกับคนขับไปเรื่อยๆ บ่นเรื่องฝนที่ตกหนัก น้ำท่วมและความยากลำบากในการเดินทางที่เกิดขึ้น ด้วยความที่ตัวผมเองทำงานด้านการตลาดอยู่แล้ว ก็เลยเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า อาชีพขับรถสไลด์ รถยกแบบนี้เขาไปหาลูกค้ากันจากที่ไหน คนขับเล่าให้ฟังว่าลูกค้ามีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ

  1. ลูกค้าที่ประกันส่งมาให้
  2. ลูกค้าที่โทรเข้ามาเองจากอินเทอร์เน็ต

เมื่อได้ยินคำว่า “มาจากอินเทอร์เน็ต” ก็ทำให้ผมหูพึ่งขึ้นมาทันที คนขับเล่าต่อว่าลูกค้าส่วนใหญ่โทรเข้ามาเพราะได้ข้อมูลมาจากอินเทอร์เน็ต (ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) วันนึงจะมีลูกค้าประมาณ 5-6 ราย (ขั้นต่ำ) ค่าบริการประมาณ 2-5 พันบาทขึ้นอยู่กับระยะทาง (ในขณะที่ราคา Keyword คำว่า “รถยก” ระบบแนะนำประมาณ 30 บาท) โอ้ววนี่มันคือเคสตัวอย่าง O2O ที่ดีมากๆ

keyword-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%81

การใช้ Google Adwords นอกจากจะช่วยเพิ่มลูกค้าได้แล้ว ยังช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ไปช่วยเสริมธุรกิจที่อยู่บนออฟไลน์ได้อีกด้วย (Online to Offline) ซึ่งเป็นเคสที่น่าสนใจมากๆเพราะหลายๆครั้งที่เราพูดถึง O2O เรามักจะพูดถึงการทำแบรนด์ดิ้ง การรับรู้ หรืออะไรเทือกนั้น ซึ่งมันก็ไม่ผิดแต่มันยังมีอีกหลายมิติของ O2O ที่สามารถทำได้เช่นกัน

แล้วเราก็มาถึงศูนย์ฮอนด้า คนขับจัดการคลายล็อคและค่อยๆเลื่อนรถของผมลงมาที่พื้น หลังจากชำระเงินค่าบริการเรียบร้อยแล้วผมก็รับนามบัตรจากคนขับพร้อมกับพูดเชิงขอบคุณว่า “ขอบคุณนะครับ ไว้เดี๋ยวผมจะช่วยบอกต่อ” คนขับหันมายิ้มให้กับผมพร้อมกล่าวคำขอบคุณและเดินกลับไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว ผมรู้ดีว่าเขาคงไม่ได้คาดหวังอะไรจากการบอกต่อของผมมากนักหรอก เพราะลูกค้าที่มาจากโฆษณาใน Adwords สามารถทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่ามากๆอยู่แล้ว

เรามาดูว่ามีประเด็นอะไรน่าสนใจบ้าง

  1. การวิเคราะห์ให้ออกว่าลูกค้าจะเข้าถึงบริการของเราได้อย่างไรมีความสำคัญมากๆ เวลาที่รถพังกลางถนน การหยิบมือถือขึ้นมา Search ค้นหารถยกเป็นสิ่งที่สะดวกที่สุดแล้ว ถ้าคุณเป็นเจ้าของอู่รถยก อู่รถสไลด์ ต้องพาตัวเองไปอยู่ในสายตาของลูกค้าให้ได้ นั่นก็คือการทำโฆษณาใน Google
  2. การเขียนโฆษณาให้ตรงกับคำค้นหาจะช่วยเพิ่ม Click ได้เป็นอย่างดี ดังเช่นที่ผมคลิกโฆษณาที่อยู่ในอันดับ 2 เพราะมีคำว่า “บางนา” รวมอยู่ใน Headline ของโฆษณาด้วย เพราะผมไม่แน่ใจว่าโฆษณาอันที่ 1 จะเป็นอู่รถลากแถวบางนาหรือเปล่า (มันอาจจะอยู่แถวบางนาก็ได้ แต่ไม่ได้เขียนเอาไว้ ผมก็เลยไม่รู้)
  3. Keyword ที่ซื้อไม่จำเป็นต้องเป็น Long Tail Keyword เสมอไป (หลายปีมานี้ใครๆก็พูดถึง Long Tail Keyword ซึ่งโอเคว่ามันดีแน่ๆล่ะ แต่ก็ไม่ได้จำเป็นในทุกกรณี) อย่างเคสนี้ผมค้นด้วยคำว่า “รถยก บางนา” ซึ่งไม่ได้ Specific มากมายจนเป็น Long Tail Keyword แต่อย่าลืมว่าการใช้ Google ใน Mobile ผู้ค้นหาอาจจะไม่ได้มีเวลามานั่งพิมพ์คำค้นหาอะไรยาวๆเหมือนใน Desktop
  4. ผมเดาว่า Conversion Rate ของ Keyword ที่เกี่ยวกับรถยกน่าจะสูงมากๆเพราะคนที่ค้นหาด้วย Keyword เหล่านี้น่าจะเป็นคนที่มีความจำเป็นต้องการใช้บริการอยู่แล้วจึงเขาไปค้นหาด้วย Keyword นั้น คงไม่มีใครมานั่งค้นหา รถยก รถสไลด์ เล่นๆสนุกๆแน่ ถ้าสามารถตั้งค่าโฆษณาให้แสดงได้ตรงพื้นที่ ลง Keyword ให้ฉลาดๆ จำกัดกรอบการแสดงโฆษณาให้ดี น่าจะทำให้ Conversion Rate สูงมาก
  5. ถึงแม้ผมจะรักการทำ SEO มาก แต่ผมเชื่อว่าในหลายๆกรณี Google Adwords ก็ดีไม่แพ้กัน เพราะถ้าคุณมัวแต่ทำ SEO อย่างเดียว คุณอาจจะพลาดลูกค้าตรงนี้ไปก็ได้เพราะ

5.1 โฆษณาจาก Adwords จะอยู่เหนือผลการค้นหาจาก SEO ทำให้มันมีโอกาสที่จะได้รับ CTR ที่มากกว่า หลายๆคนชอบบอกว่า “ทำ Adwords ไม่เวิร์คหรอกเพราะไม่ค่อยมีใครคลิกที่โฆษณากันหรอก เขากลัวโดนขายของกัน” ซึ่งก็ฟังมีเหตุผลดี แต่ถ้าผู้ค้นหาเป็นคนที่พร้อมจะสั่งซื้อสินค้าหรือบริการอยู่แล้วล่ะ? เขาไม่กลัวที่จะคลิกที่โฆษณาอยู่แล้ว หน้าที่ของเราคือส่งมอบหน้าเพจของสินค้าและบริการที่เขาเหล่านั้นต้องการ

5.2 ในบางครั้งการทำ SEO กว่าจะติดอันดับจำเป็นต้องใช้ระยะเวลานานมากๆ ซึ่งเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจ ถ้าคุณมั่นใจว่าสินค้าหรือบริการดีจริง มีลูกค้าพร้อมใช้จริงๆ อย่าไปเสียดายเงินที่จะทำโฆษณาใน Adwords เลย ค่าโฆษณาหนึ่งคลิกไม่กี่บาทแต่สามารถนำพาผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าเข้ามาได้มาก

 

Related Post