ทำ SEO จนติดอันดับแล้วต้องซื้อโฆษณา AdWords หรือเปล่า

google-adwords-and-seo

เป็นเรื่องปกติที่เว็บไซต์ธุรกิจมักจะทำ SEO ควบคู่ไปกับการซื้อโฆษณาใน Google AdWords ไปพร้อมๆกัน ทำให้หลายครั้งมักจะตามมาด้วยประเด็นที่เป็นความขัดแย้งกันเองก็คือ ถ้าเราทำ SEO จน Keyword ที่เราต้องการสามารถขึ้นไปติดอันดับต้นๆ (อันดับ 1-4) ได้แล้ว เรายังจำเป็นที่จะต้องซื้อ Keyword คำนั้นไปทำโฆษณาใน Google AdWords อยู่หรือเปล่า

เพราะถ้ามองในมุมของต้นทุนที่ต้องจ่ายเป็นค่าโฆษณาแล้ว ในเมื่อเราสามารถทำ seo จน Keyword คำนั้นขึ้นไปติดอันดับต้นๆได้แล้วก็ไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องซื้อ Keyword คำนั้นไปทำโฆษณาให้เปลืองเงิน  สู้เอาเงินไปซื้อ Keyword คำอื่นที่ยังไม่ติดอันดับไม่ดีกว่าหรอ ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็แอบคิดอย่างนี้เหมือนกัน

แต่มันอาจจะไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดเสมอไป บทความวันนี้ผมจะนำเสนอมุมมองอีกด้านหนี่งว่า ถึงแม้คุณจะสามารถจะทำ seo จนติดอันดับต้นๆได้แล้ว ทำไมคุณถึงยังควรจะซื้อ Keyword คำนั้นไปทำโฆษณาใน AdWords อยู่ดี และนี่เป็น 3 เหตุผลของผมครับ

1.มีคนอื่นทำโฆษณาด้วย Keyword คำนั้นอยู่

ในบาง Keyword ที่มูลค่าสูงๆ (Keyword ที่มีโอกาสสร้างลูกได้มาก) มักจะมีการแข่งขันที่สูงตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะสามารถทำ SEO จนเว็บไซต์ขึ้นไปติดอันดับต้นๆของผลการค้นหาได้แล้ว เราก็จะเจอกับสถานการณ์ที่โฆษณาจากเว็บไซต์อื่นๆยังคงอยู่สูงกว่าเราอยู่ดี และในบางครั้งอาจจะมีมากถึง 4 เว็บไซต์เลยด้วยซ้ำ

adwords-serp-1

4 อันดับแรกของผลการค้นหามาจากโฆษณาใน Adwords

จากภาพด้านบนจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนบนจะแสดงเว็บไซต์ที่มาจากการทำโฆษณาใน Google Adwords ถึง 4 อันเลยทีเดียวนั่นหมายความว่าในบาง Keyword ต่อให้เราทำ SEO มากขนาดไหนก็อาจจะไม่มีทางได้ขึ้นไปอยู่ในอันดับหนึ่งในหน้านั้น และนั่นหมายถึง CTR ที่อาจจะน้อยลงไปด้วย เพราะผู้ค้นหามักจะเลือกคลิกเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับต้นๆเสมอ และยิ่งในปัจจุบันที่โฆษณา Adwords สามารถขยายความยาวของ Headline และ Description รวมถึงเปลี่ยนสีของป้ายที่แสดงว่าเป็นโฆษณาให้กลายเป็นสีเขียวแล้ว เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความแตกต่างไปจากผลการค้นหาปกติเลย

2.Phrase Match ใน AdWords ไปได้ไกลกว่า

การทำโฆษณาใน Adwords เราสามารถเลือก Match Type ให้กับ Keyword ได้และหนึ่งใน Match Type ที่มีประโยชน์มากๆก็คือ Phrase Match ซึ่งระบบจะแสดงโฆษณาเมื่อคำค้นหาประกอบด้วย Keyword ที่เรากำหนดเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณเปิดเว็บไซต์ขายเข็มขัดออนไลน์ รวมเข็มขัดหลากหลายชนิดเอาไว้ในเว็บไซต์ และได้ทำการซื้อโฆษณาโดยใช้ Keyword คำว่า “เข็มขัดหนัง” แล้วทำให้เป็น Phrase Match ทุกครั้งที่มีการค้นหาด้วยคำค้นหาที่ประกอบไปด้วย “เข็มขัดหนัง” ก็จะทำให้โฆษณาแสดงไม่ว่าจะเป็น

  • “เข็มขัดหนังแท้”
  • “เข็มขัดหนังจระเข้”
  • “เข็มขัดหนังวัว”
  • “เข็มขัดหนังผู้ชาย”
  • “เข็มขัดหนังผู้หญิง”

แล้วเรื่องนี้มันมาเกี่ยวข้องอะไรกับประเด็นของเรา ที่มันเกี่ยวก็เพราะโดยปกติแล้วธรรมชาติของการค้นหามักจะไม่จบอยู่ที่ Head Term หรือคำค้นหาแบบสั้นๆแต่จะต่อท้ายคำค้นหาด้วยคุณสมบัติอะไรบ้างเข้าไปด้วยเช่น “หนังแท้”, “จระเข้”, “ผู้ชาย” แต่ถ้าเราลองไปค้นหาใน Google ด้วยคำค้นหาทั้ง 5 คำด้านบนจะพบว่าผลการค้นหาของทั้ง 5 คำไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียวแต่จะแตกต่างกันออกไป

เมื่อผลการค้นหาแตกต่างออกไปนั่นหมายความว่าการทำ SEO ให้ติดอันดับใน Keyword คำว่า “เข็มขัดหนัง” อาจจะไม่ครอบคลุมต่อคำค้นหาที่เกี่ยวข้องอื่นๆได้ การซื้อโฆษณาใน Adwords โดยใช้ Phrase Match จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีความหลากหลายมากกว่า พูดง่ายๆว่าไปได้ไกลกว่ามาก

3.ดักจับ Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ได้มากกว่า

เหตุผลข้อนี้อธิบายไม่ยากเพราะการที่เว็บไซต์ของเราไปโพล่ในผลการค้นหาถึง 2 อัน (อันแรกมาด้วยการทำ seo และอันที่ 2 มาด้วยการทำโฆษณา) แน่นอนว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสที่คนจะคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้นและนั่นจะนำพา Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ได้มากกว่าการมีแค่ผลการค้นหาจาก SEO ทางเดียว พูดง่ายๆมันคือการเพิ่มตัวเลือกในผลการค้นหาให้มีมากขึ้นนั่นเอง

ลองดูจากด้านล่างนี้เป็นภาพที่ประเมินว่าผลการค้นหาในแต่ละอันดับจะได้รับ CTR ประมาณเท่าไหร่ (ขอบคุณกราฟโดย WordStream) สมมุติว่าเว็บไซต์ของคุณทำ SEO จนขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 1 ได้คุณจะมี CTR มากถึง 18% เลยทีเดียว (ใน Keyword แบบ Head Term) นั่นหมายความว่าถ้ามีการค้นหา 100 ครั้งจะมีโอกาสได้รับคลิกถึง 18 ครั้งซึ่งนั่นถือว่าเยอะมากๆแล้ว แต่อีก 82% ที่เหลือก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าคุณทำโฆษณาใน Adwords ควบคู่กันไปด้วย นั่นหมายถึงมีโอกาสได้ที่ CTR มากกว่า 18% ด้วยการโพล่ทางเลือกไป 2 อันให้กับผู้ค้นหา

google-ctr-by-postition

ขอบคุณกราฟประกอบจาก WordStream

บทความนี้ก็เป็นเพียงแค่ความเห็นในมุมมองของผมเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะต้องทำทั้ง SEO และ Adwords ควบคู่กันเสมอไป (แม้ว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น) บางคนอาจจะไม่ศรัทธาในการทำโฆษณา Adwords บางคนอาจจะไม่อยากเสียเวลาทำ SEO ก็ลองเลือกทางที่เหมาะสมกับตัวคุณเองมากที่สุดครับ

Related Post