SEO-Context-keyword

บริบทในการค้นหาสำคัญต่อ SEO มากขนาดไหน

SEO-Context-keyword

การทำ Keyword Research นั้นเป็นกระบวนการสำคัญในการทำ SEO มันเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นก่อนที่เราจะลงมือปรับแต่งเว็บไซต์และเขียน Content เข้าไปในเว็บไซต์ จึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มการทำ SEO จากการเลือก Keyword ก่อน แต่กระบวนการทำ Keyword Research ก็ยังมีความสับสนและมีโอกาสสร้างความลำบากให้กับชีวิตคนทำ SEO ได้มากถ้าหากคุณเลือก Keyword ไม่ถูกต้อง

หลายๆคนที่พอมีพื้นฐานการทำ SEO มาบ้างน่าจะพอเข้าใจว่า เวลาที่เราเลือก Keyword มาทำ SEO เรามักจะมองหาคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้

  • เป็น Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และธุรกิจของเรา
  • เป็น Keyword ที่มี Volume ในการค้นหาพอประมาณ
  • เป็น Keyword ที่มีการแข่งขันไม่สูงจนเกินไปนัก
  • เป็น Keyword แบบ Long tail ไม่ใช่ Keyword แบบกว้างๆ

ด้านบนนี้เป็นหลักการเลือก Keyword มาทำ SEO ที่ดีมากๆ แต่ยังขาดสิ่งหนึ่งที่คนทำ SEO หลายๆคนมักจะมองข้ามและไม่ให้ความสนใจนั่นก็คือ “บริบทในการค้นหาของ Keyword แต่ละคำ” ประโยคนี้หมายถึง ผู้ค้นหาแต่ละคนมีเจตนาที่ต้องการบางสิ่งบางอย่างจาก Google และเจตนานั้นจะถูกแสดงออกมาผ่าน Keyword ที่เขาใช้ ซึ่งแน่นอนว่า Google จะใช้เจตนาของผู้ค้นหาในการกำหนดว่าผลลัพธ์ (SERP) ควรจะเป็นอย่างไรด้วย

ถ้าอ่านแล้วงง อ่านต่อไปก่อนครับเดี๋ยวจะเข้าใจคำว่า “บริบทของ Keyword ในการค้นหา” แล้วการทำ SEO มันจะง่ายขึ้นอีกเยอะเลย ก่อนอื่นๆคุณลองเข้าไปค้นหาผ่าน Google ไปพร้อมๆกับตัวอย่างด้านล่างนี้ของผมนะครับ แล้วเดี๋ยวตอนท้ายผมจะบอกคุณเองว่าตัวอย่างด้านล่างนี้แสดงอะไรให้คุณ

เมื่อลองค้นหาผ่าน Google ด้วย Keyword คำกว้างๆว่า “Pizza” ผลลัพธ์ที่ Google คืนกลับมาจะเป็นร้านพิซซ่าที่อยู่ในระแวกนั้นๆ แสดงเป็น Rich Snippet แบบ Maps ที่จะระบุร้านพิซซ่าที่อยู่ใกล้ๆผู้ค้นหา (ในกรณีนี้คือสีลม)

pizzalocation

เมื่อผมเติมคำว่า Cuisine ต่อท้ายเข้าไปด้านหลังเป็น “Pizza Cuisine” ผลลัพธ์การค้นหาจะเปลี่ยนกลายเป็นคนละเรื่องในทันที ผลลัพธ์เกือบทั้งหมดจะกลายเป็นเว็บที่ให้ข้อมูลการทำพิซซ่าและส่วนผสมแทน

pizzacuisine

ไปกันต่อครับ ถ้าผมลองค้นหาโดยใช้ชื่อของร้านพิซซ่าแทนนั่นคือ “Pizza Hut” ผลลัพธ์ก็จะเปลี่ยนไปเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับร้าน Pizza Hut และสถานที่ตั้งของร้าน Pizza Hut ที่อยู่ใกล้ตัวผมมากที่สุด

pizzahut pizzahut2

และสุดท้ายเมื่อผมเติมคำว่า PNG เข้าไปต่อท้ายเป็น Keyword คำว่า “Pizza PNG” ผลลัพธ์การค้นหาจะดึงเอารูปภาพของ Pizza ที่เป็นไฟล์ PNG ขึ้นมาแสดง

pizzapicture

จากการค้นหาทั้ง 4 ครั้งแม้จะเป็น Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ Pizza ทั้งหมด แต่ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง นั้นก็เพราะ Google พยายามที่จะดูเจตนาของผู้ค้นหาที่แสดงออกมาผ่าน Keyword ว่าเขากำลังสื่อถึงความต้องการอะไร

  • เขากำลังหิว?
  • เขากำลังหาเส้นทางไปร้านพิซซ่า?
  • เขากำลังหารูปพิซซ่า?
  • เขากำลังหาวิธีทำพิซซ่า?

นี่เรียกว่าเป็นบริบทในการค้นหาที่ Google พยายามจะสังเกตและนำมาพัฒนาปรับปรุงผลการค้นหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ค้นหามากที่สุด นั่นก็เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ทุกคน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการทำ SEO ของเรา

ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บขายของ แต่ไปเลือกเอา Keyword ประเภทให้ข้อมูลให้ความรู้มาทำ SEO ต่อให้คุณทำ On-page ดีแค่ไหน ทำ Backlink ดีแค่ไหน ก็อาจจะแพ้เว็บไซต์ที่ตรงจุดประสงค์มากกว่าอยู่ดี เรียกได้ว่าแพ้ตั้งแต่ออกตัวแล้ว

ในขณะเดียวกันถ้าเป็นเว็บไซต์ประเภทนำเสนอข้อมูลก็ต้องเลือก Keyword ที่ตรงกับบริบทของเว็บไซต์ด้วย เช่น Keyword ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้, How-to Keyword ที่ช่วยสอนผู้ใช้ทำสิ่งต่างๆ, Keyword ที่นำเสนอเนื้อหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ

นอกจากนี้มันยังมีเรื่อง Personalization เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ทำให้การทำ SEO ลำบากชีวิตยิ่งขึ้นไปอีก เช่น

  • ถ้าคุณไม่ได้อยู่แถวสีลมแบบผม คุณอาจจะได้ผลการค้นหาที่แตกต่างออกไป
  • ถ้าคุณค้นหาคำว่า Pizza บ่อยๆแต่ไม่เคยคลิกเข้าเว็บไซต์นั้นเลย ระบบจะเรียนรู้ว่าคุณไม่ชอบเว็บไซต์นั้นและอาจจะไม่แสดงมันอีกในครั้งถัดไปที่ค้นหา
  • ถ้าคุณค้นหาใน Device อื่นๆเช่น Mobile อาจจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป อาจจะมองไม่เห็นเว็บไซต์ที่ไม่รองรับการแสดงผลในมือถือ (Mobile-friendly)

จะเห็นว่าการทำ SEO ในปัจจุบันนี้จะโฟกัสไปที่ Keyword อย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อนไม่เพียงพอแล้ว แต่ต้องสนใจบริบทที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้ใช้ทั้งหมดว่าตรงกับคุณค่าที่เว็บไซต์ของเรามอบให้หรือไม่ เพราะว่าบริบทเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลการค้นหาที่ Google เลือกหยิบมาแสดงกับผู้ใช้ วันนี้ลาไปเท่านี้ครับ

ใครสนใจการตลาดออนไลน์ยังไงผมขอฝากเพจ HookTalk เอาไว้ด้วยนะครับ

Related Post