แนะนำ 7 Remarketing List ที่ทุกเว็บไซต์ E-commerce ควรสร้าง

การใช้ Remarketing List กลายเป็นอาวุธในการเร่ง Conversion โดยเฉพาะเว็บไซต์ E-commerce และเว็บไซต์ที่เน้น Performance เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายมีโอกาสที่จะ Convert ได้มากกว่าการยิงโฆษณาไปยัง Core Audience อย่าง Age, Gender, Interest, Behavior

ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Google Adwords หรือแม้กระทั่ง Instagram, Twitter ก็ตามเราสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายที่นอกเหนือไปจาก Core Audience ได้และมันมีประโยชน์มากๆ ด้านล่างนี้เป็น 7 ไอเดียในการสร้าง Remarketing List ที่เว็บไซต์ E-commerce ของคุณสามารถนำไปลองใช้ดูได้ครับ

  1. คนที่เคยเข้าเว็บไซต์: เบสิคที่สุดของการสร้าง Remarketing list ก็คือคนที่เคยเข้าเว็บไซต์โดยไม่สนใจว่าจะเข้าหน้าไหน (หน้าไหนก็ได้) ขอแค่เคยเข้าเว็บไซต์ของเราก็จะบันทึกเก็บไว้ใน Remarketing list นี้ทันทีและมันเป็นเบสิคในการทำ Remarketing ด้วยเพราะสำหรับเว็บไซต์ E-commerce การแสดงโฆษณาไปยังคนที่เคยเข้าเว็บไซต์มาก่อนย่อมมีโอกาสที่เขาเหล่านั้นจะ Convert ได้มากกว่า
  2. คนที่เข้าเว็บไซต์ในหน้ารายละเอียดสินค้า: คนที่เคยเข้าเว็บไซต์แล้วเปิดเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าก็ควรที่จะสร้าง Remarketing list เช่นกัน เพราะนอกจากจะเป็นคนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเราเหมือนข้อที่ ๅ แล้ว ยังเป็นคนที่แสดงให้เห็นถึงความสนใจในสินค้าและบริการจึงเข้าไปดูในหน้ารายละเอียดของสินค้าชิ้นนั้นๆด้วย ไม่ใช่แค่เปิดหน้าไหนก็ได้ในเว็บไซต์
  3. คนที่เพิ่มสินค้าเข้าไปในตระกร้า: อีกหนึ่งกลุ่มที่ใช้สร้าง Remarketing list และให้ผลลัพธ์ที่ดีก็คือคนที่เคยเพิ่มสินค้าเข้าไปในตระกร้า เพราะคนกลุ่มนี้โอกาสที่จะสั่งซื้อสินค้ามากกว่าปกติ เนื่องจากเป็นคนที่แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าต้องการสั่งซื้อสินค้าจึงทำการเพิ่มสินค้าเข้าไปในตระกร้า โดยปกติทั่วไปแล้วเวลาที่ทำแคมเปญที่เน้น Performance มากๆ Conversion rate ของกลุ่มนี้จะสูงกว่ากลุ่มอื่นๆอย่างมีนัยยะเลยทีเดียว
  4. คนที่ทำการสั่งซื้อสินค้า: ลูกค้าคนที่เคยสั่งซื้อสินค้าไปแล้วก็เป็นอีกไอเดียหนึ่งในการสร้าง Remarketing list ได้เช่นกัน เมื่อเรามี List สำหรับคนที่เคยสั่งซื้อสินค้าแล้วเราสามารถที่จะสร้างแคมเปญเพื่อโน้มน้าวให้เขาเหล่านั้นทำการสั่งซื้อสินค้าอื่นๆเพิ่มเติมในภายหลังได้หรือต่อยอดไปทำ Cross Sell กับ Up Sell ได้เช่นกัน จึงไม่ควรลืมที่จะสร้าง List ของคนที่เคยทำการ Converted ไปแล้วด้วย
  5. คนที่เพิ่มสินค้าเข้าไปในตระกร้าแต่ยังไม่ได้ทำการสั่งซื้อ: คนที่เคยเพิ่มสินค้าเข้าไปในตระกร้าแต่ไม่ได้ทำการสั่งซื้ออาจจะเป็นเพราะยังไม่พร้อมที่จะชำระเงินในเวลานั้นหรือยังเกิดความลังเลใจอยู่ก็ตาม ถือเป็นลูกค้าอีกหนึ่งกลุ่มที่ควรสร้าง List เก็บเอาไว้เพื่อใช้ปล่อยโฆษณาออกไปกระตุ้นให้กลับมายังเว็บไซต์โดยด่วน แล้วถ้าสังเกตดีๆมันคือการรวมร่างกันของเบอร์ 3 กับเบอร์ 4 วิธีการสร้างเบอร์ 5 คือการ Include ด้วยคนที่เคยใส่สินค้าเข้าไปในตระกร้าแล้ว Exclude ออกด้วยคนที่เคยสั่งซื้อสินค้า
  6. คนที่เข้าหน้าบอกรายละเอียดโปรโมชั่น: แน่นอนว่าลูกค้าไม่ว่าคนไหนก็รักโปรโมชั่นด้วยกันทั้งนั้น เวลาที่เราปล่อย Promotion ออกมามักจะมีการสร้างหน้า Landing page ที่เอาไว้อธิบายรายละเอียดของโปรโมชั่น แน่นอนว่ามันเป็นไอเดียที่ดีที่จะเก็บรวบรวมคนที่เคยเข้ามาอ่านรายละเอียดในหน้าโปรโมชั่นนี้แล้วเอากลับไปยิงโฆษณาในแคมเปญ Promotion อื่นๆที่จะมีในอนาคต
  7. คนที่ทำการค้นหาสินค้าในเว็บไซต์: เว็บไซต์ E-commerce หลายๆแห่งหรือถ้าคุณทำเว็บไซต์ด้วย WordPress ก็จะมี Plugin หลายๆตัวที่ใช้สำหรับสร้างระบบ Search ให้อยู่แล้ว คนที่เคยเข้ามา Search หาสินค้าในเว็บไซต์ของเรา ย่อมแสดงออกถึงความสนใจในการสั่งซื้อสินค้าอยู่ไม่น้อยการสร้าง Remarketing List ของกลุ่มนี้เอาไว้ย่อมมีประโยชน์ในภายภาคหน้าแน่นอน

พอสร้าง Remarketing List ทั้ง 7 นี้แล้วคุณอาจจะต่อยอดด้วย

  1. เอาทั้ง 7 ไปสร้าง Lookalike Audience ใน Facebook
  2. การใช้ Similar audience ใน Google Adwords

เพื่อให้ได้คนที่มีพฤติกรรมคล้ายๆกัน หลังจากนั้นก็ทำโฆษณาโดยยิงไปยังกลุ่มเป้าหมายทั้งที่อยู่ใน Remarketing List กับ Lookalike Audience (หรือ Similar audience) ทั้งคู่ร่วมกันในการยิงโฆษณา

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ทำเว็บไซต์ E-commerce นะครับ จริงๆแล้วยังมีไอเดียในการสร้าง Remarketing List ที่มากกว่านี้แต่ที่ใช้ได้จริงและสร้างได้ง่ายสำหรับเว็บไซต์ E-commerce ก็คือ 7 อันนี้นี่แหละครับ ลองใช้กันดูนะครับ

Related Post