ไม่ต้องทำ Remarketing ก็ทำโฆษณาแบบตามหลอน (DPA) ได้

เมื่อวันก่อนผมได้เห็นข่าวว่าการทำโฆษณาแบบ Dynamic Product Ads (DPA) หรือที่คนไทยมักจะเรียกว่าโฆษณาแบบตามหลอกหลอน กำลังจะมีการอัพเดตครั้งใหญ่ (แต่ตอนนี้ยังไม่มีในประเทศไทยนะ) คือการขยายกลุ่มเป้าหมายจากเดิมเฉพาะคนที่เคยเข้ามาดูสินค้าในเว็บไซต์ไปยัง Broad Audiences ได้ด้วย

ทบทวน DPA กันสั้นๆอีกครั้ง

เว็บไซต์ E-commerce ขนาดใหญ่หลายๆแห่งมักจะทำโฆษณาแบบ Dynamic Product Ads ซึ่งวิธีการทำงานของมันคือการจดจำว่าผู้ใช้คนไหนเคยเข้ามาดูสินค้าในเว็บไซต์ของเราแล้วบ้างแล้วเขาเหล่านั้นดูสินค้าอะไร จากนั้นก็เอาสินค้าตัวนั้น (หรือตัวอื่นๆที่คล้ายๆกัน) กลับไปแสดงโฆษณาให้เค้าเห็นอีกครั้ง

โฆษณาแบบ Dynamic Product Ads เป็นการเอา Dynamic Remarketing + Carousel ทำให้โฆษณาสามารถแสดงได้ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ผลลัพธ์ที่ตามมาก็ค่อนข้างดีด้วย ข้อดีของมันคือการ Remarketing ในระดับสินค้าเป็นรายชิ้นเลยและเราไม่ต้องมานั่งทำ Artwork เองด้วย

DPA ถูกจำกัดด้วยคนที่เคยเข้าเว็บไซต์

แต่ปัญหาใหญ่ของการทำ DPA ก็คือมันจะถูกจำกัดด้วยขนาดของกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างแคบ เพราะโฆษณาจะแสดงเฉพาะกับคนที่เคยเข้ามาดูสินค้าในเว็บไซต์ของเรา หรือ เคยซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของเราเท่านั้น นั่นหมายความว่า

  • คนเข้ามาดูสินค้าเยอะ = DPA จะทำงานได้เยอะ
  • คนเข้ามาดูสินค้าน้อย = DPA จะทำงานได้น้อย

ดังนั้นสำหรับเว็บไซต์ E-commerce เล็กๆที่มีคนเข้าเว็บไซต์ไม่เยอะ หมายความว่าเว็บไซต์เหล่านั้นจะใช้ DPA ได้ไม่เต็มที่และอาจจะไม่เห็นผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควรเป็นนัก แน่นอนว่า Facebook เองก็มองเห็นจุดนี้ ก็เลยเป็นที่มาของการอัพเดตครั้งนี้ครับ

ให้ผู้โฆษณาสามารถทำ DPA ไปยังกลุ่ม Broad Audiences ได้ด้วย!

DPA จะสามารถแสดงโฆษณาไปยังคนที่เคยเข้าเว็บไซต์อื่นๆหรือเคยมี Engagement กับ Post ต่างๆใน Facebook สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสัญญาณในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ว่าคนๆนั้นน่าจะสนใจสินค้าแบบใด โดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้คนนั้นเข้าไปดูสินค้าในเว็บไซต์ จากนั้นจึงแสดงโฆษณาสินค้าที่น่าจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคคนนั้น เป็นการลดข้อจำกัดของ DPA ที่จะแสดงโฆษณาเฉพาะกับคนที่เคยเข้ามาดูสินค้าในเว็บไซต์ของเราออกไป

DPA ที่ไปไกลเกินกว่า Remarketing

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างจาก Facebook

“Now, if someone has been browsing for furniture across multiple websites, Facebook may infer that this person is interested in buying a couch, and they may be a good candidate to serve a dynamic ad for furniture”

“ถ้าผู้ใช้คนไหนเคยเข้าไปดูสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในเว็บไซต์ต่างๆ Facebook อาจจะอนุมานว่าผู้ใช้คนนั้นมีความสนใจที่จะซื้อที่นอนด้วย และผู้ใช้คนนั้นถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ดีในการแสดงโฆษณาแบบ DPA”

ถ้าใครสักคนกำลังมีความสนใจที่จะซื้อ Smartphone เครื่องใหม่อยู่ Facebook จะรู้ได้จากพฤติกรรมของเขาเพราะผู้ใช้คนนี้จะทำการเปิดดูข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวกับ Smartphone ด้วยนอกจากนี้เขาอาจจะมี Engagement กับ Content ที่เกี่ยวกับ Smartphone ใน Facebook ทั้งหลายเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความต้องการของผู้ใช้คนนั้นได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเข้าเว็บไซต์ของเรามาก่อนเลยก็ตาม คุณก็สามารถที่โฆษณาขาย Smartphone ไปยังผู้ใช้คนนี้ได้

มองเผินๆแล้วมันเหมือนจะเป็นการอัพเดตที่ส่งผลดีกับทุกฝ่ายเพราะ

  1. เจ้าของเว็บไซต์ E-commerce ก็สามารถเข้าถึงลูกค้าด้วยแคมเปญแบบ DPA ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาดูสินค้าในเว็บไซต์เสียก่อน
  2. กลุ่มเป้าหมายก็จะได้รับโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง เพราะระบบจะเรียนรู้จากพฤติกรรมอยู่แล้ว
  3. Facebook เองก็มีทางเลือกให้เว็บไซต์ E-commerce เล็กๆได้มีโอกาสใช้เงินมากยิ่งขึ้นและถ้าผลลัพธ์มันดีจริงๆ Facebook ก็จะเก็บเงินค่าโฆษณาได้มากขึ้น

แต่จะเป็นผลดีจริงๆหรือเปล่า ตอนนี้คงได้แค่จินตนากาลไปก่อน รอวันหนึ่งที่ Facebook ทำการ Roll out ให้ใช้กันแล้ว เดี๋ยวเรามารอดูกันครับ ตอนนี้มีให้ทดลองเฉพาะบาง Account ในอเมริกาเหนือเท่านั้น ประเทศไทยของเราก็รอกันต่อไป

Related Post