สถานีต่อไป CPA! รวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ CPA ใน Adwords

ปกติแล้วเวลาทำโฆษณาใน Google Adwords เรามักจะใช้รูปแบบในการจ่ายเงิน (Bid Strategy)  แบบตามจำนวนคลิกหรือ Cost per Click คือจ่ายเงินเฉพาะเมื่อมีคนคลิกที่โฆษณาของเรา แต่อีกหนึ่ง Bid Strategy ที่นิยมน้อยกว่าและคนไม่ค่อยเข้าใจก็คือ CPA

บทความวันนี้เรามาดูกันว่า DPA คืออะไร ใช้เพื่ออะไร มีประโยชน์อย่างไร และถ้าตอนนี้เรากำลังใช้ CPC อยู่ เราควรเปลี่ยนไปใช้ CPA หรือไม่?

Bid Strategy แบบ CPA คืออะไร

CPA เป็นโมเดลในการจ่ายเงินแบบหนึ่งเหมือนๆพวก CPM และ CPC แต่แทนที่จะโฟกัสไปที่ Impression หรือ Click ก็หันไปโฟกัสที่ Conversion แทน โดยผู้ลงโฆษณามีหน้าที่กำหนดว่าราคาเป้าหมายต่อ 1 Conversion ควรเป็นเท่าไหร่ แล้วระบบจะลงประมูลแทนเราเพื่อพยายามให้ได้ 1 Conversion ตามราคาที่เรากำหนดเอาไว้

ตัวอย่างเช่นเรากำหนด CPA เอาไว้ 500 บาท ระบบก็จะลงประมูลเพื่อแสดงโฆษณาให้กับเรา ซึ่งบาง Conversion ที่เกิดขึ้นอาจจะจ่ายแค่ 400 บาท หรือบาง Conversion อาจจะจ่าย 600 บาท มากบ้างน้อยบ้างแต่ระบบจะพยายามให้ราคาเมื่อถั่วเฉลี่ยกันแล้วอยู่ที่ 500 บาท

รวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ CPA ใน Adwords

ด้านล่างนี้เป็นประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ CPA ที่น่าสนใจครับ

  • แต่เดิมแล้วถ้าแคมเปญใดใน Google Adwords ที่ต้องการใช้ Bid Strategy แบบ CPA แคมเปญนั้นจะต้องมี Conversion เกิดขึ้นอย่างน้อย 15 Conversion ในช่วง 30 วันล่าสุด เพื่อที่จะได้ให้ระบบเรียบรู้ว่าราคาเฉลี่ยต่อ 1 Conversion ควรเป็นเท่าไหร่และ Traffic แบบไหนที่มักจะทำให้เกิด Conversion แต่จากอัพเดตล่าสุดผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ CPA ได้เลย แม้ว่าจะเกิด Conversion ไม่ถึง 15 ครั้งก็ตาม
  • CPA เป็นจะอาศัยการเรียนรู้จากข้อมูลสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตว่า Conversion นั้นเกิดขึ้นมาจากปัจจัยอะไรบ้างและมาทำนายว่าควรลงประมูลด้วยราคาเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าแคมเปญมี Conversion เกิดขึ้นในอดีตเยอะๆก็จะยิ่งดีเพราะมันจะช่วยให้ระบบสามารถเรียนรู้จากข้อมูลได้มากขึ้นตามไปด้วย และแน่นอนว่ายิ่งเรียนรู้ได้มากขึ้นก็จะทำให้ลงประมูลได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น
  • หนึ่งในความเข้าใจผิดมากๆของ CPA ก็คือเรื่องของการจ่ายเงิน เวลาเราใช้ CPA มันไม่ได้หมายความว่าเป็นการจ่ายเงินต่อ 1 Conversion ที่จะเกิดขึ้น มันยังคงเป็นการจ่ายเงินต่อคลิกเหมือนเดิม (CPC) เพียงแต่ระบบจะพยายามเข้าประมูลเพื่อให้ 1 Conversion ที่เกิดขึ้นเสียค่าคลิกรวมประมาณ CPA ของเรา ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเราลงโฆษณาแบบ CPA โดยกำหนด CPA เอาไว้ที่ 300 บาท ระบบก็จะทำการประมูลโดยจ่ายเงินเป็น CPC ตามปกติ แต่เมื่อเกิด 1 Conversion ราคาค่าคลิกรวมที่จ่ายจะประมาณ 300 บาท (งงมั้ยครับ? ถ้างงทักมาถามต่อหลังไมค์ได้)
  • CPA กับ ECPC ไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะอาศัย Machine Learning เพื่อโฟกัสไปยัง Conversion เหมือนกันแต่จุดประสงค์ของทั้งคู่แตกต่างกัน อันหนึ่งโฟกัสไปที่ราคาต่อ Click อีกอันโฟกัสไปที่ราคาต่อ Conversion
  • CPA เป็น Bid Strategy ที่โฟกัสไปยังการเพิ่ม Conversion ให้มากที่สุด ในราคาที่เรากำหนดเช่นถ้าเราใช้ CPA ที่กำหนดเอาไว้ที่ 500 บาท หมายความว่าระบบจะพยายามแสดงโฆษณาไปยังคนที่มีโอกาสเกิด Conversion มากที่สุดในราคาเป้าหมาย 500 บาท ต่อ 1 conversion (ถ้าเป็น CPC ระบบจะพยายามแสดงโฆษณาไปยังคนที่มีโอกาสคลิกมากที่สุด)
  • ถ้าใช้ Bid Strategy แบบ CPA แล้วรู้สึกว่า Impression น้อยลง จำนวน Click น้อยลงนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่คือผลกระทบอย่างนึงของการใช้ CPA เนื่องจากมันโฟกัสไปที่ Conversion ไม่ได้โฟกัสไปที่ Impression หรือ Click
  • Bid Strategy แบบ CPA ต้องอาศัยระยะเวลาในการให้ Machine Learning เรียนรู้ ถ้าเปลี่ยนมาใช้ CPA ช่วงแรกอาจจะไม่ดีเท่าใดนัก ต้องปล่อยให้มันรันไปสักพักแล้วมันจะค่อยดีขึ้นเรื่อยๆเอง นั่นก็เพราะ Machine Learning จะค่อยๆรวบรวมข้อมูลว่า ปัจจัย แบบใดที่ทำให้เกิด Conversion และถ้ามันรู้แล้วว่าคืออะไร ในอนาคตถ้าเจอปัจจัยอย่างนั้นอีก ระบบก็จะทำการลงประมูลในราคาที่สมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น

Related Post