ทำความรู้จักโฆษณา Facebook ที่เหนื่อยล้า มันคืออะไร

shutterstock_119657461

การทำโฆษณาใน Facebook จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ผมตั้งชื่อให้มันว่า โฆษณาที่เหนื่อยล้า เพื่อแสดงถึงโฆษณาที่กลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณาตัวเดิมซ้ำจนเบื่อ เห็นหลายครั้งจนไม่อยากเห็นมันอีกแล้ว เป็นสถานการณ์ที่ผู้ลงโฆษณาควรทำการแก้ไขเพื่อไม่ให้เสียเงินค่าโฆษณาไปฟรีๆ ว่าแต่เราควรรับมือกับมันอย่างไร ไปอ่านแบบละเอียดด้านล่างเลยครับ

โฆษณาที่เหนื่อยล้าคืออะไร

หลังจากที่เราปล่อยโฆษณาออกไปสักพัก โฆษณาจะไปแสดงยังผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่เราได้กำหนดเอาไว้ การที่กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนเห็นโฆษณา 1 ครั้งนั่นคือ 1 Impression ถูกมั้ยครับ ถ้าเห็นโฆษณาครั้งแรกๆผู้ใช้อาจจะมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาชิ้นนั้นๆเช่นกดถูกใจและแสดงความเห็น หรืออาจจะแชร์โฆษณาไปให้เพื่อนๆดู

ทีนี้ถ้าระยะเวลาในการทำโฆษณาของเราค่อนข้างนาน ผู้ใช้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของเราอาจจะเห็นโฆษณาชิ้นเดิมซ้ำหลายครั้ง เช่นเห็นวันนี้แล้ว พรุ่งนี้เห็นอีก อีกสองวันก็ยังเห็นอีก อาทิตย์ถัดไปก็ยังเห็นอีก (เกิดหลาย Impression ที่มาจากผู้ใช้คนเดียวกัน) บางคนอาจจะเห็นเป็น 10 ครั้งเลยก็ได้ มันจะเริ่มเกิดสถานการณ์ที่ผู้ใช้คนนั้นเกิดความเบื่อและเริ่มไม่ทำปฏิสัมพันธ์ใดๆกับโฆษณาชิ้นนั้นแล้ว นี่แหละครับทีเรียกว่า “โฆษณาที่เหนื่อยล้า” คือกลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณาของเรามาเกินไปจนเริ่มไม่อยากที่จะเห็นมันแล้ว

แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าโฆษณาของเราเริ่มเหนื่อยล้าแล้ว วิธีการง่ายๆที่เราจะเริ่มสังเกตได้ว่าโฆษณาเริ่มเหนื่อยล้าแล้วคือการดูค่า Frequency หรือความถี่ในการแสดงของโฆษณาว่ามีค่าเป็นเท่าไหร่แล้ว เจ้า Frequency นี้เป็นค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงไปยังกลุ่มเป้าหมาย เช่น Frequency เป็น 3 หมายความว่ากลุ่มเป้าหมายแต่ละคนเห็นโฆษณาประมาณ 3 ครั้ง (เป็นค่าเฉลี่ยนะครับ ไม่ใช่ตัวเลขเป๊ะๆ) ยิ่ง Frequency มากๆยิ่งแสดงว่ากลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณาซ้ำมาก และนั่นแสดงถึงอาการเหนื่อยล้าของโฆษณาได้เป็นอย่างดีเพราะต่อให้โฆษณาของเราดีแค่ไหน แต่ถ้าคนๆเดิมเห็นซ้ำๆก็จะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ แทนที่จะเอาเงินไปจ่ายให้คนอื่นๆเห็นบ้าง

วิธีการดูค่า Frequency ของโฆษณาใน Facebook

  1. ให้เปิด Ads Manager ขึ้นมาตามปกติ ในตารางที่แสดงสถิติให้มองหาคอลัมน์ Frequency ถ้าไม่มีไม่ต้องตกใจครับ
    highfrequency1
  2. ให้กดที่ Columns > Customize Columns
    highfrequency2
  3. แล้วเพิ่มคอลัมน์ Frequency เข้าไปในตาราง
    highfrequency3
  4. กลับมาที่ตารางจะมีคอลัมน์ Frequency โพล่ขึ้นมาแล้วครับ
    highfrequency4

นอกจากนี้ค่า Frequency ยังสัมพันธ์กับขนาดของกลุ่มเป้าหมายด้วย ยิ่งขนาดของกลุ่มเป้าหมายมีขนาดเล็กก็มีโอกาสที่โฆษณาจะแสดงซ้ำกับคนเดิมๆได้มาก (วนอยู่กับคนเดิมๆเพราะขนาดกลุ่มเป้าหมายเล็ก) แต่ถ้าขนาดของกลุ่มเป้าหมายมีขนาดใหญ่เช่น 1 ล้านคนหรือ 5 ล้านคน ก็มีโอกาสที่โฆษณาจะกระจายไปแสดงกับผู้ใช้คนอื่นๆได้มากกว่าและทำให้ Frequency ไม่สูงมากจนเกินไป

แล้วเราควรทำอย่างไรเมื่อโฆษณามี Frequency สูงแล้ว

แนวทางในการปฏิบัติเมื่อโฆษณาได้รับ Frequency เริ่มสูงจนเกินไปก็คือให้เปลี่ยนภาพโฆษณาไปใช้ภาพอื่นๆบ้าง หรือ เปลี่ยนข้อความโฆษณาเป็นข้อความใหม่ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่าได้เห็นอะไรใหม่ๆไม่ซ้ำกับของเดิมๆ หรือ ถ้าต้องการใช้ภาพและข้อความโฆษณาเดิมก็ควรที่จะเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มใหม่ๆ เพื่อให้โฆษณาเข้าถึงคนที่ยังไม่เคยเห็นโฆษณาชิ้นนั้นๆ

แต่หลายๆคนก็อาจจะยังสงสัยว่า Frequency เท่าไหร่ถึงจะเริ่มเยอะจนเกินไป Frequency เท่าไหร่ที่แสดงว่าโฆษณาเริ่มเหนื่อยล้าแล้ว จริงๆมันไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่จากการที่ได้ฟังความเห็นของหลายๆคนส่วนใหญ่มักจะแนะนำว่า Frequency ประมาณ 4-6 กำลังดี ไม่ควรมากไปกว่านี้ หรือถ้าน้อยไปกว่านี้บางทีอาจจะไม่สามารถกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาได้มากเพียงพอ นอกจากนี้คุณยังสามารถนำเอาเรื่องนี้ไปประยุกต์ใช้กับ GDN ใน Google Adwords ได้อีกด้วย

วันนี้ก็ลาไปเท่านี้ครับ ช่วงหลังโพสบทความเกี่ยวกับ SEO บ่อยมากๆ วันนี้ขอเปลี่ยนมาโพสเกี่ยวกับ Facebook บ้าง เดี๋ยวฝั่ง Social Media จะน้อยใจเอา 555

Related Post