ลองของใหม่! Facebook Delivery Insights เครื่องมือนักสืบโฆษณา

เมื่อไม่นานมานี้ Facebook ได้ออกอัพเดตใหม่ให้กับเครื่องมือใน Ads Manager เพิ่มเติมความสามารถในการวัดผลชื่อว่า Facebook Delivery Insight ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถวิเคราะห์การแสดงโฆษณาของตัวเองได้ เครื่องมือตัวนี้จะมี Metric ใหม่ๆที่ใช้วัดการแสดงโฆษณา ไปดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ

ภายใน Facebook Delivery Insight จะมีความสามารถย่อยๆอีก 2 อย่างที่น่าสนใจมากๆคือ

  • Auction overlap: ใช้สำหรับวัดผลดูว่าโฆษณาในแต่ละ Ad set (ภายใต้ Account เดียวกัน) แสดงไปยังกลุ่มเป้าหมายเดียวกันหรือเปล่า ประมูลแข่งกันเองหรือเปล่า
  • Audience saturation: ใช้สำหรับวัดผลว่าโฆษณาของเราแสดงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เห็นโฆษณาใน Ad set นั้นเป็นครั้งแรกบ่อยแค่ไหน

วิธีการใช้ Delivery Insight ก็ไม่มีอะไรมากครับ ลิงค์คำว่า See Delivery Insight จะโพล่ขึ้นมาทันทีในช่อง Delivery (เฉพาะในระดับ Ad set เมื่อ Ad set ตัวนั้นมี Impression เกิดขึ้นอย่างน้อย 500 ครั้งภายในระยะเวลา 7 วันล่าสุด (ไม่รวมวันที่กำลังเปิดอยู่) ให้ดูที่ช่อง Delivery ครับถ้ามีคำว่า See Delivery Insight โพล่ขึ้นมาก็ให้คลิกเข้าไปได้เลย

เมื่อคลิกเข้ามาแล้ว ด้านบนสุดจะมีกราฟที่แสดงผลลัพธ์ของ Ad set ในระยะเวลา 7 วันหลังสุดว่าแต่ละวันมีผลลัพธ์อย่างไร โดยค่าตั้งต้นของกราฟจะเป็นจำนวนเงินค่าโฆษณาทั้งหมด (Amount Spent) คุณสามารถเปลี่ยนไปเป็น Metric อื่นๆได้เช่นกันครับ (ดูตามภาพ) ตรงนี้เราสามารถใช้กราฟเพื่อวิเคราะห์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละวัน มีวันไหนที่กราฟพุ่งผิดปกติหรือเปล่า มีวันไหนที่กราฟมีค่าเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยะสำคัญหรือเปล่า

ไปดูกันต่อครับ ด้านล่างของกราฟจะมีอีก 3 Tabs ซึ่งแต่ละ Tab จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับโฆษณาใน Ad set นั้นๆ เราไปไล่ดูกันทีละอันดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้าง

Activity History

อันแรกน่าจะเป็นอันที่หลายๆคนคุ้นเคยกันดีนั่นคือ Activity History มันจะคอยบันทึกสิ่งที่ทำทั้งหมดกับ Ad set นั้นๆเช่นมีบันทึกว่ามีการสร้าง Ad ขึ้นมาวันไหน เปลี่ยนงบประมาณวันไหน ได้รับการอนุมัติให้รันโฆษณาวันไหน เราสามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของการเพิ่มหรือลด Performance ของโฆษณาได้ในเบื้องต้นเช่น พอเปลี่ยนราคาประมูลโฆษณาทำให้ Impression ในกราฟด้านบนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ฟีเจอร์ History นี้ไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใดแต่มีมาให้ใช้อย่างยาวนานแล้วใน Facebook

Audience Overlap

ฟีเจอร์ใหม่ที่มีน่าสนใจและผมคิดว่ามีประโยชน์มากๆก็คือ Audience Overlap ซึ่งจะใช้สำหรับวิเคราะห์ว่าโฆษณาในแต่ละ Ad set (ภายใต้ Account เดียวกัน) แสดงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ทับซ้อนกันหรือเปล่า เพราะถ้าหลายๆ Ad set กำลัง Target ไปยังกลุ่มเป้าหมายเดียวกันนั่นหมายถึงจะเกิดการประมูลแข่งขันกันเอง (เรากำลังประมูลแข่งกับตัวเราเอง) หลายๆครั้งจะทำให้โฆษณามีราคาสูงขึ้นโดยใช่เหตุ และอาจจะเป็นสาเหตุให้บาง Ad set แสดงน้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น (เพราะประมูลแข่งขันกับ Ad set อื่นๆภายใน Account เดียวกันแล้วไม่ชนะ)

Metric ที่อยู่ภายในตารางนี้

  • Auction Overlap Rate: เป็นตัวเลขที่บอกว่า Ad set นี้มีการยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ทับซ้อนกับ Ad set อื่นๆมากน้อยแค่ไหน ประมูลซ้ำกับ Ad set อื่นๆภายใน Account เดียวกันมากน้อยแค่ไหน ถ้าตัวเลขในช่องนี้เยอะนั่นแสดงว่ามีโอกาสที่โฆษณาใน Ad set ตัวนี้จะแสดงน้อยเพราะเกิดการทับซ้อนกับ Ad set อื่นๆภายใน Account เดียวกันมากเกินไป
  • Overlapping ad set 1,2,3:  Facebook จะให้ข้อมูลว่า Ad set นี้ไปซ้ำกับ Ad set ตัวไหนมากที่สุดโดยให้มา 3 ตัว ให้มาเป็นตัวเลขไอดีของ Ad set

Audience Saturation

Audience Saturation เป็นรายงานที่จะบอกเราว่ากลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณาใน Ad set เป็นครั้งแรกบ่อยแค่ไหน ถ้ากลุ่มเป้าหมายเห็นโฆษณาเป็นครั้งแรกน้อยแสดงว่าเห็นโฆษณาตัวเดิมวนซ้ำๆ

  • Impressions: จำนวนการแสดงผลของโฆษณาทั้งหมด (นับเฉพาะใน Ad set นั้น)
  • First Time Impression Ratio: เป็นอัตราส่วนที่จำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงผลต่อกลุ่มเป้าหมายเป็นครั้งแรก ยิ่งน้อยแสดงว่าโฆษณาแสดงซ้ำ
  • Reach (Cumulative): เป็นจำนวนรวมของคนทั้งหมดที่เห็นโฆษณา มันคือ Reach แบบนับรวมนั่นเอง (นับเฉพาะใน Ad set นั้น)
  • Audience Reached Ratio: เป็นอัตราส่วนที่แสดงจำนวน Potential audience ที่เห็นโฆษณาใน Ad set นั้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นรายละเอียดของ Facebook Delivery Insight ที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์การแสดงผลโฆษณาได้ครับ ถ้าพบว่าโฆษณาเริ่มทับซ้อนกับ Ad set อื่นๆภายใน Account เดียวกันเยอะๆแสดงว่าเราอาจจะต้องจ่ายค่าประมูลแพงขึ้นโดยใช่เหตุ หรือถ้าโฆษณาแสดงกับคนเดิมซ้ำๆก็ถึงเวลาที่ต้องขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้นได้แล้ว เอาไว้ถ้ามีอัพเดตเรื่องอะไรเพิ่มเติม จะเอามาเล่าให้ฟังกันนะครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนเจอกันใหม่ในบทความถัดๆไปครับ

Related Post