ทำโฆษณา FB มีเงิน x บาท ควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายเท่าไหร่ดี?

วันก่อนมีเพื่อนคนหนึ่งทักไลน์มาสอบถามว่าเวลากำหนดกลุ่มเป้าหมายตอนทำโฆษณา Facebook เราควรจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายประมาณกี่คนดี ควรจะมากน้อยแค่ไหนและที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับเงินที่ใช้แล้วเท่าไหร่ที่เรียกว่ามากเกินไปและเท่าไหร่ที่เรียกว่าน้อยเกินไป คำถามนี้น่าสนใจเอามาเขียนเป็นบทความได้เลยครับ

ตอนสร้าง Ad set ในระหว่างที่เรากำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะเห็นโฆษณาของเรา แถบด้านขวาจะแสดงจำนวนของกลุ่มเป้าหมายว่ามีมากน้อยแค่ไหน โดยระบบจะคำนวนว่ากลุ่มเป้าหมายที่มีเพศ อายุ สถานที่ ความสนใจและพฤติกรรมตามที่เรากำหนดนั้น มีอยู่เท่าไหร่ตรงนี้เรียกว่าเป็น Potential Reach

คำถามคือ Potential Reach ควรมีจำนวนเท่าไหร่และถ้าเรามี Budget เป็น 1,000 3,000 หรือ 5,000 บาทควรจะให้ Potential Reach มีประมาณเท่าไหร่ดี ตรงนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าไม่มีสูตรตายตัว แต่มีวิธีการนิดๆหน่อยๆในการประเมินขนาดของกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมครับ

สิ่งที่ควรคำนึงก่อนเลยก็คืออย่าเพิ่งโฟกัสไปที่ตัวเลข Potential Reach ให้เราโฟกัสไปที่คุณลักษณะของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจริงๆก่อนว่าลูกค้าของเราเป็นใครหรือใครที่ควรจะเห็นโฆษณาของเรา เช่นสมมุติว่าผมมีงบประมาณวันละ 2,000 ขายรองเท้าวิ่งสำหรับผู้หญิง ในตัวอย่างด้านล่างนี้คือกลุ่มเป้าหมายของผม

  • เพศ: ผู้หญิง
  • อายุ: 20-45
  • สถานที่: อาศัยอยู่ใน กทม.
  • ความสนใจ: กีฬา, รองเท้า, วิ่ง

จะได้ Potential Reach เท่ากับ 15 ล้านคน (ตามภาพด้านบน) คำถามคือจำนวน 15 ล้านคนนี้เหตุสมผลกับ Budget ที่มีอยู่ 2,000 ต่อวันหรือไม่ ระบบจะมีการประเมินเอาไว้ให้คร่าวๆ (ภาพที่ 2) ว่าด้วยเงินที่กำหนดเอาไว้ต่อวันจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เลือกได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราก็สามารถตัดสินความคุ้มค่าของเงินได้เป็นข้อๆด้านล่างนี้เลยครับ

  • ถ้า Potential Reach มาก แต่มี Budget ไม่เยอะ ก็จะทำให้เรา Reach ไปยังกลุ่มเป้าหมายของเราไม่ครอบคลุม ดังตัวอย่างด้านบนที่ Potential Reach มี 15 ล้านแต่ใช้เงินวันละ 2,000 บาท ระบบประเมินออกมาว่าด้วยเงินที่มีใน 1 วันจะแสดงโฆษณาประมาณ 3-8 หมื่นคน (แต่กลุ่มเป้าหมายมี 15 ล้าน!!)
  • ตัวเลข Potential Reach นั้นหมายถึงจำนวนของคนที่มีโอกาสเห็นโฆษณา ยิ่งตัวเลขน้อยลงหมายถึงมันยิ่งมีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น อธิบายให้เห็นภาพสมมุติในกล่องมีลูกบอลอยู่ 100 ลูก มีลูกบอลสีเขียวอยู่ 10 ลูก ที่เหลืออีก 90 ลูกเป็นสีขาว ให้เราล้วงมือเข้าไปในกล่องเพื่อหยิบลูกบอลสีเขียวโดยห้ามมองเข้าไปในกล่อง โอกาสของเราจะมีเพียง 1 ใน 10 ที่หยิบโดนสีเขียวเท่านั้น แต่ถ้าในกล่องมีลูกบอลแค่ 10 ลูกโดยมีสีเขียว 5 ลูก สีขาว 5 ลูก โอกาสที่เราจะหยิบโดนสีเสียวก็มีมากยิ่งขึ้น เพิ่มเป็น 5 ต่อ 10 เปรียบเทียบแล้วนี่ก็คล้ายๆกับ Potential Reach ถ้ายิ่งเยอะก็มีโอกาสที่จะแสดงโฆษณาไปยังคนที่กลุ่มเป้าหมายได้น้อยลง
  • บางครั้งถ้าสินค้าของเรา Niche มากๆการกำหนด Potential Reach กว้างครึ่งประเทศก็ไม่มีประโยชน์อะไร เช่นถ้าคุณทำธุรกิจขายเครื่องจักรเบา ซึ่งกลุ่มเป้าหมายไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักแต่ไปทำโฆษณาโดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายใหญ่ๆเช่นมี Potential Reach มากถึง 25 ล้าน นี่ก็มากเกินกว่าเหตุ
  • แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือถ้า Potential Reach ไม่เยอะมากนัก แต่ดันมี Budget ให้ใช้เงินเยอะ ก็จะทำให้โฆษณาเกิด Frequency สูง หรือเป็นการที่โฆษณาวนซ้ำกับคนเดิมๆ จำนวน frequency ที่เหมาะสมเป็นเท่าไหร่ต่างคนต่างมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่ถ้ามันมากเกินไปมักจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เห็นโฆษณา

ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ลงโฆษณาใน Facebook ถ้าหากว่าใครมีวิธีการอื่นๆ (ผมเห็นบางคนบางเอเจนซี่มีสูตรคำนวนซับซ้อนมากๆ) ก็สามารถนำเอามาแชร์กันได้นะครับ

Related Post