มันมาแล้ว! Facebook In-Stream Video โฆษณาแทรกระหว่างดูวิดีโอ

ช่วงสัปดาห์นี้ถ้าใครสร้างโฆษณาใน Facebook ด้วย Ads-Manager หรือ Power Editor จะพบกับ Pop-up แจ้งเตือนว่าสามารถเลือก In-Stream Video เป็นหนึ่งในตำแหน่งของโฆษณาได้แล้ว ซึ่งเป็นตำแหน่งโฆษณาล่าสุดหลังจากที่ก่อนนี้ไม่นานเพิ่งจะอัพเดต Instant Article ไป

บางคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า In-Stream Video กันมาบ้างแล้ว เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย มันก็คือโฆษณาที่จะขึ้นมาแทรกในวิดีโอหลักแบบที่เราเคยเห็นกันใน Youtube นั่นแหละครับ ด้วยความที่พฤติกรรมการดูวิดีโอใน Facebook มีการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ นี่จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับ Facebook เองที่จะเพิ่มช่องทางการหาเงินและนักการตลาดก็จะมีพื้นที่ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น

โฆษณาวิดีโอที่จะปล่อยแบบ In-Stream Video ได้จะต้องมีความยาวไม่เกิน 15 วินาทีและไม่สั้นไปกว่า 10 วินาที นอกจากนี้วิดีโอจะต้องมีเสียงด้วย มีแค่ภาพอย่างเดียวไม่ได้ และจากที่ผมลองเล่นดูระบบไม่อนุญาติให้ใช้ Slideshow (ภาพเรียงต่อๆกัน) มาทำเป็นโฆษณาแบบ In-Stream Video ด้วย ต้องเป็นวิดีโอจริงๆเท่านั้น

สร้างโฆษณาแบบ In-Stream Video อย่างไร

มีเพียง Objective เดียวที่สามารถสร้างโฆษณาแบบ In-Stream Video ได้นั่นก็คือ Video View (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคงไม่มีใครเอา Boost Post ไปแทรกในวิดีโอใช่มั้ย?) เมื่อคุณเลือก Video View เป็น Objective ของโฆษณาแล้วหลังจากนั้นในระดับ Ad set ให้คุณเลือก Placement เป็น In-Stream Video ตามภาพด้านล่าง

มีข้อควรระวังนิดหน่อยคือคุณไม่สามารถเลือก Placement แบบ In-Stream Video เดี่ยวๆได้ คุณจะต้องเลือก Placement แบบ Feeds ร่วมด้วยเสมอ (ไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไม) แล้วถ้าจะวัดผลค่อยไป Break-down ใน Ad Manager ดูอีกทีว่าแต่ละ Placement มีผลลัพธ์เป็นอย่างไร

นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่ชอบใจเพราะการที่ต้องเอาวิดีโอที่มีความยาวๆเพียงแค่ 10-15 วินาทีไปรันเป็นโฆษณาใน Feeds อาจจะสั้นเกินไป

การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย In-Stream Video

อย่างที่บอกไปด้านบนว่าโฆษณาแบบ In-Stream Video เป็น 1 ในตำแหน่งโฆษณาของ Facebook ดังนั้นมันก็จะเหมือนกับโฆษณา Facebook ในตำแหน่งอื่นๆนั่นคือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย (Audience-based) ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ากลุ่มเป้าหมาย 2 คนดูวิดีโอตัวเดียวกันแต่เห็น In-Stream Video Ad เป็นโฆษณาคนละตัวกัน เพราะมันจะขึ้นอยู่กับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายแต่ละคนด้วย ส่วนเรื่องการคิดเงินค่าโฆษณานั้นก็จะเหมือนกับโฆษณาแบบ Video View ตามปกติ

ก็ถือเป็นอีก 1 มิติใหม่ของการทำโฆษณาแบบวิดีโอ เพราะปกติเราจะเห็นโฆษณาแบบนี้เฉพาะใน Youtube กับเว็บไซต์อื่นๆที่มีคนเข้าชมเยอะๆ แต่ตอนนี้เราสามารถทำได้ใน Facebook ได้แล้ว หลังจากนี้ Media Planner คงมีทางเลือกในการวางแผนสื่อมากขึ้นกว่าเดิม

เจอกันใหม่บทความหน้าครับ!

Related Post