โฆษณาวิดีใน Facebook จ่ายแบบ Impression หรือ View คุ้มกว่ากัน

shutterstock_175959722

หลายคนที่เคยสร้างโฆษณา Video ใน Facebook (เลือก Objective เป็น Video views) จะพบว่ามีตัวเลือกการ ในการคิดค่าโฆษณา 2 แบบคือ Impression และ 10-Second Video View คำถามคือมันต่างกันอย่างไร แล้วเราควรเลือกใช้แบบไหนดีกว่ากัน

ก่อนอื่นไปดูว่าทั้ง 2 มันทำงานอย่างไร

Impression (CPM): จ่ายเงินเมื่อโฆษณาแสดงในหน้า News feed ของกลุ่มเป้าหมาย แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายจะไม่ได้ดูโฆษณาวิดีโอเลยก็ตาม (Facebook แนะนำให้เราเลือกแบบนี้)
10-Second Video View: จ่ายเมื่อกลุ่มเป้าหมายดูวิดีโอของเราจนถึงวินาทีที่ 10 การเลือกแบบนี้จะทำเราให้เรามั่นใจว่าเราจะจ่ายเฉพาะเมื่อมีคนดูวิดีโอโฆษณาของเราจนครบ 10 วินาทีแล้วจริงๆเท่านั้น

ควรเลือกจ่ายแบบไหนดี

ถ้าอย่างนั้นควรเลือกแบบไหนดี แน่นอนว่าถ้าเลือก Pay per View จะช่วยให้เราจ่ายเฉพาะเมื่อมีคนดูวิดีโอของเราเท่านั้น เหมาะกับคนที่ต้องการจ่ายเมื่อโฆษณามีคนดูจริงๆ แต่แน่นอนว่าบางทีราคาก็อาจจะแพงกว่า Pay per impression ก็ได้ เพราะ Pay per impression จะคิดราคาต่อครั้งที่โฆษณาแสดง โดยไม่สนใจว่าวิดีโอโฆษณาจะถูกเปิดดูครบ 10 วินาทีหรือไม่ ดังนั้นราคาอาจจะถูกกว่ากันพอสมควร

การเลือกแบบ Pay per impression จะมีข้อดีคือถ้าโฆษณามีความน่าสนใจ ทำให้มีคนดูวิดีโอเยอะๆเท่าไหร่ก็จะยิ่งคุ้มเท่านั้น เพราะยังไงเราก็ต้องจ่ายที่จำนวนครั้งโฆษณาแสดงอยู่แล้วไม่ว่าจะมีคนดูมากหรือน้อย

จะว่าไปแล้วมันก็คล้ายๆกับ CPC และ CPM เหมือนกันนะ ถ้าเรามั่นใจว่าโฆษณาเราดีและน่าจะมีคนดูวิดีโอเยอะๆก็เลือกแบบ Pay per impression อาจจะประหยัดกว่าการเลือกแบบ Pay per View ก็ได้ ถ้ายังไม่เข้าใจลองไปอ่านกรณีตัวอย่างด้านล่างนี้ครับ

กรณีตัวอย่างโฆษณาแบบวิดีโอ

นาย A ทำโฆษณาวิดีโอโดยเลือกแบบ Pay per View แล้ว Bid เอาไว้ที่ CPV ละ 1 บาท นั่นหมายความว่าถ้ามีคนดูโฆษณาวิดีโอ 1 ครั้ง (1 View) เราจะเสียค่าโฆษณา 1 บาท สมมุติว่าโฆษณาแสดงครบ 1000 impression และมีอัตราการดูวิดีโอ (View-through rate) เท่ากับ 3% แสดงว่ามีคนดูโฆษณาทั้งหมด 30 คน (30 Views) เราจะจ่ายทั้งหมด 30 บาท หารเฉลี่ยออกมาจะได้ 1 View = 1 บาท

นาย B ทำโฆษณาวิดีโอโดยเลือกแบบ Pay per impression แล้ว Bid เอาไว้ที่ CPM ละ 40 บาท นั่นหมายความว่าถ้าโฆษณาวิดีโอนี้แสดงครบ 1000 impression เราจะเสียค่าโฆษณา 40 บาท สมมุติว่ามีอัตราการดูวิดีโอ (View-through rate) ที่ 3% เท่ากับกรณีแรก แสดงว่ามีคนดูโฆษณาทั้งหมด 30 คน (30 Views) หารเฉลี่ยออกมาจะได้ 1 view = 1.3 บาท

จะเห็นว่าการซื้อแบบ Pay per View จะคุ้มกว่าซื้อแบบ Pay per impression แต่มันยังไม่จบเท่านั้น ผมจะเปลี่ยน View-through rate เพิ่มจาก 3% เป็น 6% ทำให้การแสดงโฆษณา 1000 ครั้งมี View ทั้งหมด 60 และให้ตัวแปรอื่นๆมีค่าเท่าเดิม แล้วลองคิดหาราคาต่อ 1 view ใหม่อีกครั้ง จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

  • ซื้อแบบ Pay per View จะได้ 1 view = 1 บาท จ่ายรวมทั้งหมด 60 บาท
  • ซื้อแบบ Pay per impression จะได้ 1 view = 0.6 บาท จ่ายรวมทั้งหมด 40 บาท

จะเห็นว่านาย A จะต้องจ่ายค่าโฆษณาแพงขึ้น ส่วนนาย B ยังจ่ายค่าโฆษณาเท่าเดิม จะเห็นว่ายิ่งโฆษณาดีและ View-through rate สูงๆ การเลือกซื้อแบบ Pay per impression จะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า

สุดท้ายมันก็แค่กรณีตัวอย่าง

แต่อยากจะบอกว่าตัวอย่างนี้เป็นเพียงแค่การคิดในเชิงอุดมคติเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วยังมีเรื่องของการประมูลระหว่างโฆษณาของเรากับโฆษณาของผู้อื่นและยังมีเรื่อง Relevance Score เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ตัวเลขราคามันไม่เป็นไปตามที่คำนวนเอาไว้ดังในตัวอย่างด้านบนนี้ ผมเพียงแค่ยกกรณีตัวอย่างนี้มาอธิบายเพื่อให้เข้าใจวิธีการเลือก When You Get Charged ในการทำโฆษณาแบบวิดีโอบน Facebook เท่านั้น

ก็ขอจบบทความแต่เพียงเท่านั้นครับ แล้วพบกันใหม่บทความต่อไป ใครอยากให้เขียนเรื่องอะไรบอกในเพจได้นะครับ

Related Post