ลงโฆษณาใน Facebook หรือ Google Adwords ดีกว่ากัน

facebookVsGoogleAdwords

ในปัจจุบันถ้าพูดถึง Platform การทำโฆษณายอดนิยมของไทยมีอยู่ 2 มีเดียที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั้นก็คือ Google Adwords และ Facebook ทั้งสองต่างก็มีประโยชน์กับผู้ลงโฆษณา บทความนี้ผมจะเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียเพื่อให้ผู้อ่านได้มีแนวทางในการประเมินว่าควรใช้อันไหนกับธุรกิจของตัวเองดี

ข้อดีของการลงโฆษณาใน Google Adwords

ถ้าให้หยิบเอาข้อดีที่สุดของการลงโฆษณาใน Google Adwords ก็คือความสามารถในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายที่กำลังมีความต้องการในสินค้าได้อย่างแม่นยำ นั่งเพราะผู้ลงโฆษณาสามารถที่จะกำหนด Keyword ในการทำโฆษณาได้ และอย่างที่ผมได้เคยยกตัวอย่างไปในหนังสือ “ดันเว็บไซต์ให้ดังสุดๆด้วย Google Adwords” แล้วว่าถ้ามีคนเข้ามาค้นหาด้วย Keyword คำใดคำหนึ่งนั่นหมายความว่าผู้ค้าหารายนั้นมีอาจจะความสนใจและต้องการในสิ่งที่เขากำลังค้นหา

และถ้าผู้ค้นหาที่กำลังมีความต้องการ ได้เห็นโฆษณาของเรา เขาก็มีโอกาสที่จะกลายมาลูกค้าของเราได้ (นี่เป็นสิ่งที่เรียกว่า Micro moment หรือช่วงขณะที่ลูกค้ากำลังมีความต้องการสินค้าตัวนั้น)

ข้อดีของการลงโฆษณาใน Facebook

การลงโฆษณาผ่าน Facebook ช่วยให้เราเข้าถึง กลุ่มเป้าหมาย ได้เป็นจำนวนมาก เรากำหนดกลุ่มเป้าหมายผ่าน เพศ อายุ ที่อยู่ ความสนใจ พฤติกรรม ข้อดีอย่างหนึ่งของการทำโฆษณาใน Facebook คือถ้าตัวโฆษณาของเรามีผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย (มีคนกดไลค์ แชร์ แสดงความคิดเห็นมากๆ) ก็จะทำให้ราคาค่าโฆษณาต่ำลงไปด้วย (CPM ต่ำมากๆเมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อ Banner จากเว็บไซต์ยอดนิยมต่างๆ)

โฆษณา Facebook ใช้ได้ดีเป็นอย่างมากในการโปรโมตสินค้าและบริการใหม่ๆที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (เหมาะกับแคมเปญในการสร้างการรับรู้) และนอกจากนี้มันยังสามารถใช้ส่งเสริมธุรกิจออฟไลน์ได้ดีอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายๆแห่งมักจะเลือกใช้โฆษณาใน Facebook เพื่อโปรโมตร้านให้กับคนที่มีความสนใจในอาหารญี่ปุ่นและอยู่ในละแวกใกล้เคียง อีกหนึ่งข้อดีของการลงโฆษณาใน Facebook นั่นก็คือสามารถที่จะใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าเก่าๆเช่น เสนอโปรโมชั่น อัพเดตข่าวคราว และบอกเล่ากิจกรรมอีเว้นท์ต่างๆของแบรนด์ได้

ข้อเสียของ Google Adwords

ข้อเสียหลักๆของการใช้ Google Adwords ในเครือข่ายค้นหาคือมันไม่เหมาะกับการใช้เพื่อสร้างการรับรู้ สินค้าบางอย่างที่ไม่มีคนรู้จักจะไม่มี Volume ในการค้นหาหรือมีน้อยมากๆ นั้นหมายความว่าเราจะได้ Traffic จาก Keyword ของสินค้ากลุ่มนี้น้อยมากๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ทำโฆษณาจนเต็ม Volume แล้วการเพิ่มเงินเข้าไปจะไม่ช่วยให้ Traffic เพิ่มมากขึ้นไปกว่าเดิมมากนัก จึงต้องมีการปรับเปลี่ยน Keyword ใหม่ๆเพื่อ Maintain Campaign ให้ ROI ดีอยู่ตลอดเวลา

อีกหนึ่งข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการใช้งาน Google Adwords สำหรับมือใหม่ที่เริ่มจากศูนย์จะรู้สึกว่ายากและช้ากว่าเมื่อเทียบกับการเริ่มต้นลงโฆษณาใน Facebook ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า Facebook เป็นอะไรที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้วการเข้าไปซื้อโฆษณาใน Facebook จึงมีความรู้สึกว่าคุ้นเคยมากกว่า (ยกเว้นว่าถ้าใช้ Power editor ใน Facebook อาจจะต้องเรียนรู้กันหน่อย)

ข้อเสียของ Facebook Ads

ข้อเสียที่เห็นเด่นชัดมากของ Facebook ก็คือการทำ Targeting ให้เฉพาะเจาะจงเหมือนอย่าง Google Adwords ทำได้ยากมากๆ เพราะถึงแม้ว่าเราจะกำหนดความสนใจและพฤติกรรมได้ แต่มันก็ไม่มีอะไรมาการันตีว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นจะมีความสนใจในสินค้าและบริการของเรา เราทำได้อย่างมากที่สุดคือตีกรอบคนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้แคบเท่านั้น แต่แน่นอนว่ามันคงไม่เจาะจงเหมือนกับการซื้อ Keyword ใน Google Adwords เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่ธุรกิจแบบ E-commerce หลายๆแห่งจะมี Roi จาก Adwords ดีกว่า Facebook

สรุปแล้วลงโฆษณาใน Facebook Ads หรือ Google Adwords ดีล่ะ

ไม่ว่าจะเป็น Facebook Ads หรือ Google Adwords ทั้ง 2 มีเดียต่างก็มีทั้ง ข้อดี และ ข้อเสีย ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแบรนด์และนักการตลาดด้วยว่าต้องการใช้ประโยชน์จากสื่อในรูปแบบไหน ที่สำคัญคือต้องวิเคราะห์ให้ออกว่าสินค้าของเราเหมาะกับการใช้สื่อตัวไหนมาทำโฆษณา สินค้าบางอย่างอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ Adwords เช่นเดียวกับสินค้าบางตัวที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากลงโฆษณาผ่าน Facebook Ads ได้ จะใช้สื่อตัวไหนเพื่อทำการตลาดระยะสั้น และจะใช้สื่อตัวไหนเพื่อทำการตลาดระยะยาว อยู่ที่การวางแผนการใช้สื่อของแต่ละคนด้วย

คำแนะนำของผมคือแทนที่จะเลือกใช้เพียงสื่อใดสื่อหนึ่ง จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเรานำทั้ง 2 สื่อทั้ง Facebook และ Adwords มาใช้ให้เกิดประโยชน์ควบคู่กันไป เพราะทั้ง 2 สื่อต่างก็มีประโยชน์ถ้าเรารู้จักใช้มันให้ถูกทาง

Related Post