googledisplaynetwork

Google Display Network ยังจำเป็นอยู่มั้ย ตายแล้วหรือยัง

googledisplaynetwork

Google มีเครือข่ายโฆษณาแบบดิสเพลย์หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า GDN และเป็นที่นิยมมากๆอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ถ้าใครสังเกตจะพบว่าช่วงหลังคนหันไปทำโฆษณา GDN กันน้อยมากๆ บางคนถึงกับเลิกใช้ไปเลย (ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ) จนเริ่มมีคำถามขึ้นมาแล้วว่า GDN มันตายไปแล้วหรือยัง

สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Google Adwords ขอพื้นๆที่สั้นๆแค่ 1 ย่อหน้าเพื่ออธิบายก่อนว่า GDN คือเครือข่ายโฆษณาแบบดิสเพลย์ หมายความว่าเราสามารถอัพโหลดภาพโฆษณา หรือป้าย Banner โฆษณาต่างๆเข้าไปใน Google Adwords หลักจากนั้นระบบจะส่งโฆษณาของเราจะไปแสดงในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องหรือเว็บไซต์ที่เรากำหนด (การทำ Targeting)

GDN เคยเป็นช่องทางหนึ่งที่นิยมมากในอดีตเพราะความสะดวกสบายที่ไม่ต้องไปติดต่อซื้อพื้นที่โฆษณาเองทีละเว็บไซต์ แต่สามารถปล่อยโฆษณาไปยังเว็บไซต์ต่างๆมากมายที่อยู่ในเครือข่ายของ Google ได้ด้วยการคลิกเพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น

แล้วอะไรคือประเด็นที่ทำให้คนลงโฆษณาใน GDN กันน้อยลง โดยเฉพาะรายเล็กส่วนใหญ่มองข้ามไม่มาลงโฆษณาใน GDN กันเลยด้วยซ้ำ ผมสรุปออกมาเป็นเหตุผล 5 ข้อ (ความคิดเห็นส่วนบุคคล) ด้านล่างนี้เลยครับ

  1. ปัญหาจาก Placement ที่ไม่มีคุณภาพ: ถึงแม้เว็บไซต์ที่อยู่ในเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาด้วยการปั่น SEO เพื่อให้ได้ Traffic มากพอที่จะสมัครเข้าร่วมเพื่อทำเงินกับ Adsense ทำให้หลายๆครั้งเกิดปัญหาโฆษณาไปแสดงในเว็บไซต์ที่ไม่ได้มีคุณภาพมากเพียงพอ ส่วนเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพและเว็บไซต์ใหญ่ๆส่วนมากก็ไม่เลือกมาทำ Adsense เพราะได้ราคาไม่ดีเท่ากับการขายพื้นที่แบบ Fix Cost
  2. คู่แข่งเริ่มแซงหน้าไปแล้ว: ในอดีตแล้ว GDN ถือเป็นเครือข่ายที่มีเทคโนโลยีสูงทั้งในด้านการระบุกลุ่มเป้าหมายและการแสดงผลของโฆษณา แต่ในปัจจุบัน Ad network รวมถึง Programatic หลายๆเจ้าสามารถพัฒนาฟีเจอร์หลายๆอย่างจนมาตีคู่กับ GDN ของ Google ได้แล้ว บางฟีเจอร์แซงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำ
  3. ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการทำ Targeting: เป็นปัจจัยหลักที่หลายๆคนสงสัยมานานมากแล้ว บางคนมองว่าการ Targeting ของ Google ไม่มีความแม่นยำมากเพียงพอ บางคนไม่เชื่อถือเลยด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่าการระบุกลุ่มเป้าหมายส่วนหนึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ลงโฆษณาที่จะต้องใส่ Input เข้าไปแต่อีกครึ่งหนึ่งก็หน้าที่ของอัลกอริทึ่มที่จะต้องหาคนที่ตรงกับ Input ของผู้ลงโฆษณา
  4. GDN กับ Conversion ไม่ได้เกิดมาคู่กัน: การทำโฆษณาออนไลน์มาถึงยุคที่ลูกค้าเรียกร้อง Conversion ทำให้ GDN เลยได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงมากเพราะอาจจะด้วยปัญหาเรื่อง Attribution Model หรือปัญหาจากการวัดผลก็ตามแต่ GDN มักจะกลายเป็น Channel ที่ให้ผลตอบรับที่ไม่ได้ดีกับผู้ลงโฆษณาเมื่อมองในมุมของ Conversion
  5. GDN กับ Awareness ก็ใช้ว่าจะไปได้สวย: ถ้า GDN ไม่เหมาะสมกับ Objective ที่เป็น Conversion แล้วถ้าเป็น Awareness ล่ะ? การทำโฆษณาใน GDN เพื่อสร้าง Awareness เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับช่องทางที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง Social แล้วก็ดูจะสู้ไม่ได้อยู่ดี เพราะ Engagement แตกต่างกันลิบลับ โฆษณาที่อยู่ใน Social ดูมีความเป็น Native Content มากกว่าในขณะที่โฆษณาแบบ Banner ที่โพล่ตาม Sidebar ของเว็บไซต์ดูจะเป็นโฆษณาที่รบกวนผู้ใช้มากกว่า

ช้าก่อน! ข้อดีของมันก็มี

จาก 5 ประเด็นข้างตนดูเหมือนว่า GDN ช่างเป็นช่องทางการทำโฆษณาที่เต็มไปด้วยปัญหาซะเหลือเกิน แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกอย่างมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย และแน่นอนว่าจุดแข็งของ GDN ก็มีมาไม่ใช่น้อยเหมือนกันเช่น

  1. สามารถทำ Dynamic Remarketing ได้เป็นอย่างดีและมันมีประสิทธิภาพด้วย
  2. ทำ Remarketing แบบปกติได้ง่ายและแม่นยำ
  3. ราคาค่อนข้างประหยัด ราคาทั้ง CPC และ CPM ถือว่าประหยัดมากๆ
  4. มี Responsive Ad ทำให้ไม่ต้องมาเสียเวลาสร้าง Art Work หลายๆตัว
  5. เชื่อมต่อกับ Google Analytics เพื่อนำไปเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

GDN ตายหรือยังมันคงจะขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะนำเอาทั้งข้อดีและข้อเสียมาทำให้มันสมดุลกันมากน้อยแค่ไหน ข้อเสียมันอาจจะมีเยอะแต่ข้อดีมันก็มีไม่ใช่น้อย ใครมีความเห็นว่าไงมาคุยกันได้นะครับ

Related Post