Google Tag Manager สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 1

google-tag-manger-basic

ในปัจจุบันเว็บไซต์หนึ่งๆมีการใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยทำการตลาดมากมายเช่น Google analytic, Google Adwords, Facebook และเครื่องมือจาก 3rd party อื่นๆ ซึ่งแต่ละเครื่องมือก็จะมี snippet code ที่เราต้องนำไปแปะลงในเว็บไซต์เพื่อติดตั้งและเพิ่มความสามารถเช่น Conversion Tracking, Remarketing, Pixel

ในวงการเราจะเรียก snippet code เหล่านี้เราเรียกกันสั้นๆว่า Tag สำหรับนักการตลาดที่ไม่คุ้นเคยกับการแก้ไข Code หลังบ้าน จะพบความยากลำบากในการเข้าไปอัพเดตแก้ไข Tag มากๆ เพราะต้องเข้าไปแก้ไข Source file โดยตรง รวมถึงบางองค์กรที่ไม่อนญาติให้แผนกอื่นๆเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบหลังบ้านก็จะพบปัญหาในการบริการจัดการ Tag เช่นกัน

Google จึงได้ออกเครื่องมือที่ชื่อว่า Google Tag manager (GTM) เพื่อใช้สำหรับบริหารจัดการ Tag โดยที่ไม่ต้องเข้าไปแก้ไข Code หลังบ้านแต่สามารถทำได้ผ่าน User Interface ได้เลย ทำให้นักการตลาดหรือนักโฆษณาที่ไม่เข้าใจ HTML ก็สามารถบริหารจัดการ Tag ได้เอง

Google Tag Manager ทำงานอย่างไร

ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างนี้ครับ โดยปกติแล้วถ้าเราต้องการใช้ Google Analytics (GA) เพื่อวัดผลสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ของเรา เราจะต้องทำการแปะ Snippet Code ของ GA เข้าไปที่เว็บไซต์เพื่อให้มันเก็บข้อมูลและส่งมารายงานยัง Google Analytics ดังรูปภาพนี้

tagmanager2

ซึ่งความวุ่นวายมักจะเกิดขึ้นที่ขั้นตอนนี้เองครับ เพราะลองนึกภาพดูว่าหลายเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่ได้ติดตั้งแค่ Tag ของ Analytics เพียงตัวเดียวเท่านั้น แต่ยังมี Tag อื่นๆอีกมากมายเช่น Adwords, Facebook, 3rd partyอื่นๆ ทำให้นักการตลาดต้องมานั่งแปะ Code ทุกตัวลงในเว็บไซต์ดังภาพ และถ้าหากมีการอัพเดตเพื่อแก้ไข Tag ก็จำเป็นต้องเข้าไปแก้ไข Snippet code เองที่ระบบหลังบ้าน

tagmanager3

ตรงนี้เป็นจุดที่ Google Tag manager จะเข้ามาช่วยได้ โดยเราจะทำการสร้าง Container ขึ้นมาเพื่อเก็บรวบรวม Snippet Code ตัวอื่นๆเอาไว้ในตัวมันเอง แล้วทำการแปะ Container เข้าไปที่เว็บไซต์แค่ตัวเดียว เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับระบบหลังบ้านให้ปวดหัวอีกต่อไป ถ้ามีการเพิ่ม Tag ใหม่ๆหรืออัพเดตแก้ไข Tag เดิมๆที่มีอยู่ก็สามารถทำได้ผ่าน Container ได้เลย ซึ่งง่ายกว่าการเข้าไปแก้ไขโค้ดเองที่หลังบ้าน

tagmanager4

ประโยชน์ของเราใช้ Google tag manager

จากตัวอย่างด้านบนคงจะเห็นแล้วว่า Google tag manager นั้นมีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะสำหรับนักการตลาดซึ่งอาจจะไม่คุ้นเคยและไม่ถนัดในการเข้าไปแก้ไข Code เองที่ระบบหลังบ้าน การใช้ Container เข้ามาช่วยจะลดความสับสนที่ไม่ต้องเข้าไปเผชิญกับ HTML และภาษาโปรแกรมอื่นๆที่ดูไม่รู้เรื่อง แทนที่ด้วย User interface ซึ่งใช้งานได้ง่ายกว่า และนอกจากนี้ถ้านักการตลาดท่านใดที่ทำงานในองค์กรไอทีขนาดใหญ่ซึ่งไม่สามารถเข้าไปแก้ไขโค้ดเองได้ (ต้องผ่านทีมโปรแกรมเมอร์) ก็จะลดระยะเวลาไม่ต้องรอให้ทีมโปรแกรมเมอร์เข้ามาแก้ไขให้

โครงสร้างของ Google Tag Manager

ภาพนี้คือภาพที่ผมวาดขึ้นมาเพื่อแสดงโครงสร้างของ GTM แบบคร่าวๆ ใน 1 Account เราสามารถที่จะสร้าง Container ขึ้นมาได้หลายอัน ซึ่ง Container แต่ละอันจะใช้สำหรับ 1 เว็บไซต์ หมายความว่าเราสามารถจัดการ Tag ของทุกเว็บไซต์ที่เรามีด้วย GTM เพียง Account เดียว (โครตเจ๋ง) และแต่ละหนึ่ง Container ก็จะประกอบด้วยหลายๆ Tag ตามภาพ

tagmanager5

จริงๆแล้วโครงสร้างของ Google Tag Manager ยังมีส่วนของ Triggers และ Variables อีกด้วย แต่ถ้าเอามาอธิบายตอนนี้รับรองว่างงยับแน่ๆ เก็บเอาไว้ก่อนดีกว่าครับ

ก็ขอจบบทความแนะนำ Google tag manager แต่เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าผู้อ่านน่าจะรู้จักกันแล้วนะครับว่ามันคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ในตอนต่อที่ 2 ผมจะมาสาธิต “วิธีการติดตั้ง Google Tag Manager และสร้าง Container หรับมือใหม่” สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ

Related Post