หัวใจ 5 ดวงของการขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ

E-commerce

ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยสงสัยว่าเมื่อเปิดร้านค้าออนไลน์แล้วจะทำอย่างไรให้ขายได้ ทำอย่างไรให้เกิดยอดขายกลับมามากๆ คุ้มค่ากับเงินที่ลงไป จริงๆแล้วร้านค้าออนไลน์และธุรกิจ E-commerce ที่ประสบความสำเร็จเกิดจากองค์ประกอบมากมายหลายข้อ แต่ในบทความนี้ผมจะขอรวบรวมเป็น 5 หัวข้อใหญ่ๆที่จะช่วยให้การทำ E-commerce มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นครับ

การขายของออนไลน์เริ่มต้นจากการเลือกสินค้าที่ดี สินค้าที่มีตลาดรองรับ และที่สำคัญคือเป็นสินค้าที่มีคนอยากได้จริงๆ หลังจากนั้นจึงตั้งราคาที่เหมาะสมแล้วค่อยทำการโปรโมทเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาทำการสั่งซื้อ จะเห็นว่าการทำโฆษณาเป็นเพียงแค่องค์ประกอบหนึ่งของการขายของออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น โฆษณาที่ดีไม่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าที่ไม่มีคนอยากได้

1. ทักษะในการเขียนบรรยายถึงสินค้าที่ดี

ผมเคยเห็นร้านค้าออนไลน์ 2 ร้านที่ขายสินค้าอย่างเดียวเป๊ะ ร้านหนึ่งขายดีมากๆ เจ้าของร้านเอาบิลส่งของมาโพสโชว์อย่างน่าอิจฉา วางเรียงกันเป็นขบวนรถไฟ แต่ละโพสจะมีคนเข้ามากดไลค์ เข้ามาสอบถามข้อมูลอย่างมากมาย ไม่ต้องเดาว่าร้านนี้จะมียอดขายมากน้อยแค่ไหน แต่อีกร้านที่ขายสินค้าเหมือนกันเป๊ะ (คาดว่าน่าจะรับมาจากที่เดียวกัน) กลับไม่มีคนเข้าไปกดไลค์หรือสอบถามใดๆทั้งสิ้น เงียบเหงาเป็นป่าช้า ซึ่งแน่นอนว่าเดาได้ไม่ยากเหมือนกันว่ายอดขายของร้านค้านี้จะเป็นอย่างไร

ผมพบว่าสิ่งที่ทั้ง 2 ร้านนี้แตกต่างกันก็คือวิธีที่ใช้ในการเขียนบรรยายถึงสินค้า และเรื่องราวที่ใช้ในการเล่าถึงตัวสินค้า ร้านหนึ่งเขียนบรรยายได้อย่างน่าสนใจ บอกข้อดีข้อเสียและอธิบายวิธีการสั่งซื้ออย่างละเอียด  มีการนำเอารีวิวของลูกค้าที่เคยสั่งซื้อไปแล้วมาโชว์ รวมถึงมีการโพสให้ข้อมูลให้ความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าอยู่เรื่อยๆ ส่วนอีกร้านมักจะเขียนสั้นๆแค่ว่า “สินค้ามันคืออะไร” แล้วก็บอกว่าราคาเท่าไหร่  ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ร้านนี้จะโพสถี่ไม่ต่างกัน ภาพสวยไม่ต่างกัน แต่ยอดขายกับเป็นคนละเรื่อง นี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆของการให้ความสำคัญกับการบรรยายและสร้างเนื้อหาภายในเพจ

2. สินค้าเป็นที่ต้องการและแตกต่างจากคู่แข่ง

ถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการของคนหมู่มาก ขายในราคาที่เหมาะสมและยังเป็นสินค้าที่ไม่มีคู่แข่งหรือมีคนที่ขายสินค้าชิ้นนั้นน้อย มีหรือจะขายไม่ได้ แน่นอนว่าการขายสินค้าที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆไม่ซ้ำกับใคร สร้างโอกาสที่จะจบการสั่งซื้อได้ง่ายกว่า เพราะลูกค้าไม่มีตัวเปรียบเทียบให้เลือก และที่สำคัญคืออย่าลืมว่าการขายของไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์หัวใจสำคัญก็คือสินค้า ลูกค้าพิจารณาที่สินค้าก่อนแล้วเรื่องอื่นๆค่อยตามมาทีหลัง ถ้าสินค้าน่าสนใจจริงๆแล้วไม่มีคู่แข่งขาย ยังไงก็ขายดิบขายดี

3.สร้างกระบวนการซื้อขายให้ง่าย

ผมเคยจะสั่งซื้อหนังสือเล่มหนึ่งเพราะเห็นโปรโมชั่นลดราคา 30% หลังจากอ่านรายละเอียดแล้ว ผมก็ตัดสินใจคลิกเข้าไปทำการสั่งซื้อในเว็บไซต์ แต่สิ่งที่เจอก็คือกระบวนการสั่งซื้อที่ใช้งานยากมากๆ ต้องทำการสมัครสมาชิกและกรอกข้อมูลมหาศาล แล้วก็ต้องเจอกับตระกร้าสินค้าที่ใช้งานยากมากๆ นอกจากนี้พอกดไปกดมาแล้วเว็บไซต์ดันแฮงค์อีก พอดาวน์โหลดใหม่ก็ทำให้ข้อมูลหายต้องกรอกใหม่ เรียบร้อยเลยทีนี้ผมกดออกอย่างไว ไม่ทำการสั่งซื้อแล้ว นี่คือตัวอย่างจริงๆของประสบการณ์ใช้งานของผู้บริโภค (User Experience) ซึ่งจะมีความสำคัญกับ E-Commerce มากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต ลองทบทวนกระบวนการสั่งซื้อสินค้าของเราดูว่ามันง่ายต่อการใช้งานของลูกค้าหรือไม่

4. รู้วิธีการหาลูกค้าใหม่ๆ

การหาลูกค้าใหม่ๆเข้าสู่ร้านค้าออนไลน์กลายเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและเงินลงทุน (ในการทำโฆษณา) แม้ว่าจำนวนลูกค้าอาจจะไม่ได้สัมพันธ์กับยอดขายแต่การมีลูกค้าเข้าสู่เว็บไซต์เป็นจำนวนมากอย่างน้อยก็อุ่นใจกว่าร้านค้าออนไลน์ที่เงียบเหงา วิธีในการนำพาลูกค้าเข้าสู่ร้านค้าออนไลน์จึงเป็นหนึ่งในหัวใจของการขายของออนไลน์เลยก็ว่า

แน่นอนว่าวิธีในการนำพาลูกค้าเข้ามาอาจจะมีมากมายหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็น การทำ SEO, การซื้อโฆษณาใน Google Adwords, การซื้อโฆษณา Facebook, การทำ Email Marketing, การซื้อป้ายโฆษณาในเว็บไซต์อื่นๆ แต่แก่นที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะวิธีไหนๆก็คือการเข้าถึงคนที่มีความสนใจตรงกับสินค้าและบริการจริงๆเท่านั้น

5. การบริหารจัดการลูกค้าเก่า

ลูกค้าเก่าที่เคยสั่งซื้อไปแล้วคือคนที่เขาให้ความไว้วางใจกับร้านค้าของเรา มอบความมั่นใจให้กับสินค้าและบริการของเรา จงบริหารจัดการลูกค้ากลุ่มนี้ให้ดี เพราะเขามีโอกาสที่จะกลับมาซื้อซ้ำบ่อยครั้งและซื้ออยู่เรื่อยๆ การทำโฆษณาในหลายๆ Platform มีฟีเจอร์ที่ทำให้เราสามารถที่จะทำ Remarketing ได้ โดยเฉพาะการทำโฆษณาใน Facebook สามารถที่จะอัพโหลดฐานอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าไปสร้างเป็น Custom Audience แล้วยิงโฆษณาใส่ Custom Audience นี้ได้ ซึ่งเป็นกระบวนที่จะใช้ทำโฆษณากับกลุ่มลูกค้าเก่าได้เป็นอย่างดี

Related Post