ขายของออนไลน์อย่างไรให้ได้ยอดขายมากๆ

how-to-increase-revenue-on-ecommerce

ผมกำลังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างในระหว่างที่ติดฝนอยู่ที่ออฟฟิศ ในหัวก็คิดไปเรื่อยๆว่าจะเขียนบทความอะไรลง HookTalk ดีนะ แล้วก็ผุดขึ้นมาประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าหยิบเอามาเขียนเป็นบทความมากๆ และเชื่อว่าหลายๆคนก็อยากจะรู้เหมือนกัน นั่นก็คือ ขายของออนไลน์อย่างไรให้ได้ยอดขายมากๆ

สารภาพตามตรงว่าผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสูตรสำเร็จของมันคืออะไร เพราะถ้ารู้ป่านนี้ก็คงรวยไปแล้วจริงมั้ย 555 ในความเป็นจริงแล้วเราทำได้เพียงแค่เรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งของเราเองและประสบการณ์จากผู้อื่นแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมเท่านั้น บล็อกวันนี้ก็เลยอยากแชร์ประเด็นว่าทำอย่างไรจึงจะสร้างยอดขายกลับมาได้มาก

คุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นจริงหรือ?

ในความเป็นจริงแล้ว การขายของออนไลน์ให้ร่ำรวย มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นครับ แม้ว่าจะมีหลายๆคนที่ร่ำรวยจากการเปิดร้านออนไลน์ แต่ที่ล้มเหลวนั้นมีมากกว่าเยอะ คิดดูสิว่าถ้ามันง่ายขนาดนั้น Lazada จะขาดทุนหรอ? (Lazada คือเว็บไซต์ E-commerce อันดับหนึ่งในไทยเชียวนะ แถมไม่ได้ขาดทุนน้อยๆด้วย) ทุกวันนี้การทำ E-commerce มันมีต้นทุนที่สูงมากๆ

  1. สินค้าที่จะขายได้ราคาแพงๆส่วนใหญ่มักจะมีต้นทุนที่สูง หรือถ้าราคาแพงแต่ต้นทุนไม่สูง (ส่วนต่างกำไรมาก) ก็มักจะมีคู่แข่งมาก
  2. การหา Traffic เข้าเว็บไซต์มากๆ มักจะต้องแลกด้วยการทำโฆษณา
  3. การที่ลูกค้าจำนวนมากจะยอมสั่งซื้อสินค้า ต้องอาศัยการโน้มน้าวลูกค้าแบบขั้นเทพ
  4. สินค้าที่อยู่ตลาดส่วนใหญ่ แต่ละร้านก็มักจะรับมาจากที่เดียวกัน ทำให้กลยุทธ์ง่ายๆคือการตัดราคากลายเป็นกลยุทธ์ยอดนิยม

แล้วควรทำอย่างไร

ในเมื่อการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขนาดนี้ ผู้ขายควรทำอย่างไรให้ได้รับยอดขายมากๆ

ประโยคที่ว่า “ได้รับยอดขายมากๆ” ถ้าตีความกันดีๆมันจะมีองค์ประกอบอยู่ 2 อย่างนั่นก็คือ

  1. การสร้างยอดขาย (Revenue) ให้ได้มากที่สุด
  2. โดยใช้ต้นทุน (Cost) ให้น้อยที่สุด

พอแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 2 ส่วนแล้วจะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเราลงรายละเอียดไปทีละข้อ งานของเราจะง่ายขึ้นเยอะ เริ่มต้นจากข้อแรก ถ้าเราพยายามสร้างยอดขายให้มากที่สุด สิ่งที่คนในวงการ E-commerce พิจารณาจะมีอยู่ตัวแปร 3 ตัวที่ส่งผลต่อยอดขายก็คือ

  • Price (ราคา)
  • Traffic (จำนวนคนเข้าเว็บไซต์)
  • Conversion Rate (อัตราการซื้อสินค้า)

ถ้ามีคนเข้าเว็บไซต์ของเรามาก (Traffic มาก) และเราสามารถที่จะเปลี่ยนผู้เข้าชมเหล่านั้นให้กลายเป็นลูกค้าได้มาก ขายของได้มาก (Conversion Rate มาก) ในขณะเดียวกันสินค้าที่เราขายยังมีราคาที่สูง (Price มาก) เมื่อทั้ง 3 ตัวแปรไปในทิศทางเดียวกันย่อมส่งผลให้ Revenue สูงขึ้นตามไปด้วย ตามสูตรนี้

Revenue = Price x Traffic x Conversion Rate

หรือในทางกลับกันถ้าเราขายสินค้าราคาถูก กำไรน้อย มีคนเข้าชมเว็บไซต์น้อย และ มีอัตราการสั่งซื้อสินค้าน้อย อย่างนี้ไม่ต้องสืบเลยว่า Revenue คงต่ำเตี้ยเรี่ยดินแน่ๆ นี่เป็นสาเหตุของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายๆคนที่ไปไม่รอดเพราะ 1.แบกสินค้าราคาถูกจากคลองถมมาขาย (สินค้าหลายอย่างกำไรน้อย) 2.ไม่สามารถหาลูกค้าได้ (ทำการตลาดไม่เป็น) 3.ไม่สามารถโน้มน้าวให้ลูกค้าซื้อได้ (เขียนบรรยายไม่เก่ง ขายไม่เก่ง) สุดท้ายก็ต้องปิดเว็บไซต์

องค์ประกอบที่ 2 ใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด

ส่วนองค์ประกอบข้อที่ 2 ของคือ “ใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด” เพราะทุกวันนี้ E-commerce แข่งกันที่ตรงนี้แหละครับ มอบบริการและสินค้าให้กับลูกค้าอย่างดีที่สุดในงบประมาณที่น้อยที่สุด อาจจะไม่ต้องน้อยกว่าคู่แข่ง แต่หักลบกับค่าสินค้าแล้วเหลือกำไร

  • จะขายสินค้าอะไรที่จะทำกำไรมากๆ ยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่ไม่มีคู่แข่งได้ยิ่งดี (ไม่ต้องแข่งขันเรื่องราคา)
  • ทำโฆษณาอย่างไรให้จ่ายน้อยที่สุด แต่สามารถนำกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่เว็บไซต์ของเราได้มาก
  • โน้มน้าวอย่างไรจึงจะสามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าได้มากที่สุด
  • ขนส่งสินค้าด้วยวิธีไหนที่ประหยัดที่สุด แต่ไม่ทำให้ลูกค้าต้องพบประสบการณ์แย่ๆเช่น รอนาน, สินค้าเสียหาย

ด้านบนทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากแชร์ สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ E-commerce ให้ประสบความสำเร็จก็คือการแชร์เทคนิคร่วมกัน เรียนรู้จากกันและกัน ถ้าใครมีเทคนิคอะไรก็มาร่วมพูดคุยกันได้นะครับ การทำงานในวงการ E-commerce จะไม่สนุกเลยถ้าเราขายสินค้าไม่ได้ แต่ถ้าวันไหนเราอ่านเกมขาด รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร  โครตมันส์!!

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวใจ 5 ดวงของการขายของออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ

ทำโฆษณา Facebook ช่วยเพิ่มยอดขายได้ จริงหรือหลอก?

Related Post