Page feeds จาก Google Adwords ของดีที่นักโฆษณาควรใช้

เมื่อไม่นานมานี้ Google ได้ออกอัพเดตให้กับคนโฆษณาใน Search ในแคมเปญแบบ Dynamic Search ให้สามารถใช้ Page feed เพื่อกำหนดผลการแสดงโฆษณา นับว่าเป็นประโยชน์มากๆสำหรับการทำโฆษณาแบบ Dynamic Search ที่ค่อยๆเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆในประเทศไทย

แล้ว Dynamic Search คืออะไร

ก่อนอื่นผมคิดว่าน่าจะมีบางคนที่สงสัยว่า Dynamic Search คืออะไร มันก็คือแคมเปญโฆษณาแบบค้นหาทั่วๆไปที่เราทำกันนี่แหละครับ เพียงแต่ว่าเราไม่ต้องเลือกซื้อ Keyword ด้วยตัวเอง ไม่ต้องมานั่งหา Keyword ใส่เข้าไปใน Ad group ว่าจะให้โฆษณาแสดงเมื่อมีการค้นหาด้วยคำใดบ้าง แต่ Google จะเป็นคนจัดการให้เราแทน

โดย Google จะดูว่าคำค้นหาของผู้ค้นหานั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร แล้วมันตรงกับหน้าเพจไหนในเว็บไซต์ของเราบ้าง จากนั้นก็จะแสดงโฆษณาเพื่อให้ผู้ค้นหาคลิกไปยังหน้าเพจนั้น (คล้ายๆกับเวลาที่มันเลือกหน้าเพจสำหรับ SEO นั่นแหละครับ) เหมือนเป็นการปล่อยให้ระบบจับคู่คำค้นหาเข้ากับแต่ละหน้าเพจในเว็บไซต์ของเรา

แต่ปัญหาคือถ้าเว็บไซต์ของคุณมีหลายๆหน้า หรือ เป็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีจำนวนหน้าเพจมหาศาลเช่น เว็บไซต์ E-commerce ขนาดใหญ่ที่มีเป็นแสนหน้า เว็บไซต์จองห้องพักขนาดใหญ่ การควบคุมแคมเปญแบบ Dynamic Search ก็จะยากขึ้นตามไปด้วยเพราะบางทีเราไม่รู้ว่าระบบมันจะจับคู่คำค้นหากับหน้าเพจไหนบ้าง บางทีมันอาจจะเป็นหน้าเพจที่เราไม่ต้องการจะทำโฆษณาก็ได้

Page feed จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีครับ อ่านต่อไปด้านล่าง

Page feed คืออะไร

การใช้ Page feed จะทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถที่จะกำหนด URL ที่จะใช้ทำโฆษณาแบบ Dynamic ได้เลย ช่วยให้การทำโฆษณาแบบ Dynamic สามารถควบคุมได้มากยิ่งขึ้น โดยการกำหนดว่ามี URL ไหนบ้างที่จะให้ระบบเลือกไปทำโฆษณาแบบ Dynamic ให้ใส่ URL เหล่านั้นเข้าไปใน Page feed ซึ่งเป็นไฟล์ Excel นอกจากนี้ผู้ลงโฆษณายังสามารถใช้ Label เพื่อจัดกลุ่มของ URL ได้อีกด้วยเช่น กลุ่มของสินค้า, กลุ่มของห้องพัก, กลุ่มของหน้าเพจในเว็บไซต์

สามารถดาวน์โหลด Template ของ Page feed ได้จาก http://www.gstatic.com/adextensions/page-feed-template.csv

ตัวอย่าง Page feed ในไฟล์ Excel ช่องแรงเป็น URL ส่วนช่องที่ 2 เป็นการทำ Label เพื่อจัดหมวดหมู่ของ URL

ประโยชน์ของ Page feed

ไปดูกันว่าประโยชน์ของการใช้ Page feed ในแคมเปญแบบ Dynamic Search มีอะไรกันบ้าง

  1. ประโยชน์แรกของการใช้ Page feed คือเราสามารถควบคุมการทำ Dynamic Search Campaign ได้มากยิ่งขึ้น นั่นแหละมันทำให้เราสามารถเลือกเฉพาะหน้า URL ที่เราอยากจะทำโฆษณาได้
  2. ประโยชน์อีกอย่างคือการใช้ Label ซึ่งช่วยให้เราสามารถแบ่งกลุ่มของ URL ออกเป็นแต่ละประเภทได้ตามที่ได้อธิบายไปด้านบนแล้ว ทำให้เราสามารถแบ่ง Ad set แยกตามหมวดหมู่ของสินค้าหรือบริการในเว็บไซต์ของเราได้ แน่นอนว่ามันจะส่งผลต่อการ Allocate Budget ให้กับแต่ละหมวดหมู่สินค้าได้ง่ายขึ้นด้วย
  3. อีกหนึ่งประโยชน์คือในหนึ่ง URL สามารถที่จะใส่ Label เข้าไปได้มากกว่า 1 อัน (คั่นแต่ละอันด้วย semicolon) ซึ่งจะทำให้สามารถจัดกลุ่มของ URL และเอาไปทำ Filter ต่อได้ละเอียดมากๆ (เช่นจากตัวอย่างของ Google เป็นธุรกิจโรงแรมที่ใช้ Label มากกว่า 1 อันคือ “WELL_REVIEWED”, “POPULAR_DESTINATION”) เคสนี้เมื่อต้องการทำแคมเปญไปยังโรงแรมที่มีรีวิวดีๆก็เลือกใช้ WELL_REVIEWED แต่ถ้าอยากทำแคมเปญไปยังโรงแรมที่ยอดนิยมก็เลือก POPULAR_DESTINATION

ใครทำโฆษณาใน Google Adwords ก็ลองใช้กันดูนะครับหวังว่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะบรรดาธุรกิจ E-commerce ทั้งหลาย

ผู้อ่านท่านใดอยากรู้เรื่องอะไร มาบอกกันได้นะครับ เดี๋ยวเขียนให้อ่านกัน วันนี้ลาไปก่อนครับ

Related Post