พังหรือปัง! วิเคราะห์ The Mask Singer รอบชิงด้วยเครื่องมือ Digital

The Mask Singer กลายเป็นกระแสที่ใครๆก็พูดถึง มีคนเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปมากแล้ว วันนี้ผมก็เลยขอนำเสนอในอีกรูปแบบโดยการนำเอาเครื่องมือดิจิตอลมาวิเคราะห์หา Insight กันดูบ้าง โดยวันนี้บทความของเราเขียนร่วมกับ Guest Speaker คือคุณไปร์ทผู้มีประสบการณ์มากมายในวงการ Social ครับ

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 เป็นวันที่เมืองไทยเรามีเรื่องที่คนไทยสนใจและพูดถึงกันมากๆอยู่ 2 เรื่องในช่วงเวลาเดียวกันนั่นคือ

  1. ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ไทย – ซาอุ เริ่มแข่งขันเวลา 1 ทุ่ม
  2. รายการ The Mask singer รอบแชมป์ออฟเดอะแชมป์ ระหว่าง หน้ากากทุเรียน Vs หน้าอีกาดำ เริ่มออกอากาศเวลา 2 ทุ่ม

ผลการแข่งขันของทั้ง 2 รายการที่จบไป หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว (ไทยแพ้ซาอุส่วนหน้ากากทุเรียนคว้าแชมป์) แน่นอนว่า ก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังจากที่จบการแข่งขันจบลง แน่นอนว่าประชาชนชาว Social ต่างๆพูดถึงรายการ The Mask Singer กันมากมากจนกลายเป็น Talk of The Town ทำให้วันนี้ HookTalk ก็เลยเชิญคุณไปร์ทมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับกระแสที่เกิดขึ้นบนโลก Social ของรายการ The Mask Singer ที่เพิ่งจบ Season 1 กันไปครับ

**Workpoint ได้ทำการ Live เพื่อออกอากาศ The Mask Singer ผ่าน Youtube และ Facebook มียอดวิวรวมกันมากกว่า 1.6 ล้าน

ก่อนอื่นคุณไปร์ทมีข้อมูลที่น่าสนใจที่ได้ลองดึงจาก Social listening tools มาฝากผู้อ่าน HookTalk กันครับ เป็นกราฟที่แสดงปริมาณการพูดถึงของ Hashtag ที่เกี่ยวกับรายการ The Mask Singer

จากกราฟจะเห็นว่ามีคนพูดถึงรายการ The Mask Singer กันเป็นจำนวนมากๆ โดยคุณไปร์ทลองดึงจากข้อความที่อยู่บนโลกออนไลน์ที่มีการ Mention ไปยัง Hashtag #TheMasksinger จะเห็นว่ายิ่งรายการใกล้ออกอากาศมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีจำนวนการพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น และมาระเบิดออกในช่วงที่รายการเริ่มออกอากาศ

หลังจากรายการจบลงแล้วปริมาณการพูดถึงก็ค่อยๆลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ที่น่าสนใจคือมันยังมากกว่าช่วงก่อนเริ่มรายการเริ่มอยู่พอสมควร ซึ่งก็น่าไม่แปลกใจเพราะเป็นช่วงควันหลงที่คนมักจะยังมีอารมณ์ค้างและจะโพสลงใน Social เพื่อแสดงความคิดเห็น แม้ว่าตอนนั้นจะเป็นเวลา 5 ทุ่มกว่าๆแล้วก็ตาม

“และเราจะเปิดหน้ากากทุเรียนกันในอาทิตย์หน้า… หน้ากากทุเรียนช่วยผมหน่อย!! อยากจะบอกอะไรกับคนไทยทั้งประเทศ ก่อนผมจะโดนกระทืบ” เชื่อว่าประโยคนี้ของ กันต์ กันตถาวร พิธีกรของรายการน่าจะสร้างความประหลาดใจปนช็อคให้กับแฟนรายการที่เฝ้าติดตามเป็นอย่างมาก

อย่างที่เรารู้กันว่าด้วยความที่รายการจบแบบสร้างความผิดหวังให้กับคนดู ทำให้การพูดถึงส่วนใหญ่เป็นไปในทางลบตามไปด้วย จนทำให้มีกระแสเกิดเป็น Hashtag อีกตัวหนึ่งเพิ่มขึ้นมานั่นคือ #RipThemasksinger ซึ่งถ้าใครลองเข้าไปตามอ่าน Conversation ที่ใช้ Hashtag นี้จะพบแต่ข้อความในเชิงลบเต็มไปหมด และมันพีคมากๆหลังจากที่รายการได้จบลงไปแล้ว ดังที่จะเห็นในกราฟด้านบนว่าพุ่งทะยานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

Sentiment ของ #TheMasksinger ของวันที่ 23 มีนาคม 2560 แบ่งออกเป็น

  • Positive: 21.20%
  • Neutral: 54.80%
  • Negative: 24.00%

Sentiment นั้นถ้าให้อธิบายง่ายๆมันเป็นตัวแทนของอารมณ์ของข้อความที่โพสอยู่ในโลกออนไลน์ว่าดีหรือไม่ดี โดยดูจากคำพูดที่ประกอบอยู่ในบทสนทนานั้นๆว่าประกอบไปด้วย wording แบบใดบ้าง รวมกันเป็นประโยคแล้วอารมณ์ น้ำเสียง ของประโยคนั้นเป็นอย่างไร แบ่งออกเป็น 3 ระดับ

  • Positive: ข้อความที่มักจะประกอบไปด้วยคำชื่นชม ชอบ พูดในทางที่ดี คำที่ทำให้รู้สึกดี
  • Neutral: ข้อความกลางๆที่ไม่แสดงออกถึงอารมณ์แบบไหน
  • Negative: ข้อความที่มักจะประกอบไปด้วยคำพูดในเชิงลบ คำด่า คำหยาบ คำที่ทำให้รู้สึกไม่ดี

และเมื่อพิธีกรรายการประกาศว่าจะเปิดหน้ากากทุเรียนในสัปดาห์ถัดไปก็เลยเกิดเป็นกระแสในทางลบจนมี Hashtag ใหม่เกิดขึ้นมาทันทีนั่นคือ #RipThemasksinger

Sentiment ของ #RipTheMasksinger ของวันที่ 23 มีนาคม 2560 แบ่งออกเป็น

  • Positive: 1.15%
  • Neutral: 19.33%
  • Negative: 79.52%

จากตัวเลขที่ออกมา แทบจะไม่เหลือ Conversation ในทางบวกเลยแสดงให้เห็นถึงความผิดหวังของผู้คนส่วนใหญ่ที่ติดตามรายการกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อพบว่าสิ่งที่เค้ากำลังรออยู่นั้นจะไม่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้มีคำพูดในเชิงลบออกมาผสมกับ Hashtag ตัวนี้เป็นจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าผู้คนในยุคดิจิตอลถ้าไม่พอใจแบรนด์แล้วสามารถหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์สิ่งที่ตัวเองคิดในทางลบได้ทันที

ประเด็นที่น่าสนใจจากกระแส The Mask Singer

  • ผู้ชมแสดงความคิดเห็นทันทีหลังจากที่เกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างและแสดงมันออกมาผ่านช่องทาง Social Media นั่นหมายความว่า Social Media เป็นสถานที่ที่หลายๆคนเลือกใช้สำหรับแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกของตัวเองออกมาให้เพื่อนๆได้รับรู้
  • การดูรายการโทรทัศน์ผ่านโทรศัพท์มือถือเกิดขึ้นได้ถ้า Content ของคุณแน่จริง ดังที่เราจะได้จากจำนวน Organic View ของรายการ The Mask Singer ทั้ง Facebook และ Youtube รวมกันเป็นสถิติที่สูงมากๆ  (อย่าลืมว่า Live ใน Facebook ยังซื้อโฆษณาไม่ได้ ทำให้ต้องปั่น View จาก Organic ล้วนๆ)
  • การเล่นกับความรู้สึกของคนที่กำลังเฝ้ารอนั้นมีความเสี่ยงสูง ระยะเวลาในการฉายที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญมากๆ

เราได้เรียนรู้อะไร เอาไปปรับใช้ได้อย่างไร

  • คุณไปร์ทบอกว่าลองสมมุติให้เปลี่ยนจากรายการนี้ไปเป็นแบรนด์ของสินค้า หรือ บริการของเรา สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ เราต้องคำนึงถึงความรู้สึกของลูกค้าให้ลึกขึ้น หลายมิติมากขึ้น และ ไม่ปล่อยให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากอะไรสักอย่าง เป็นเวลาที่นานเกิดไปโดยไม่สนองมัน
  • นาทีนี้ถ้าอยากนั่งในใจลูกค้าแค่ใช้มัดแย็บไม่เพียงพอ คุณไปร์ทแนะนำว่าให้คุณใช้หมัดฮุคไปเลยดีกว่าครับ มัวแต่แย็บๆ ไม่ออกหมัดฮุคสักทีอาจจะสร้างความรำคาญให้กับลูกค้าได้

นี่ก็เป็นความคิดเห็นจากคุณไปร์ทเกี่ยวกับกระแสของรายการ The Mask Singer สำหรับวันนี้ลาไปเพียงเท่านี้ครับ เรามาลุ้นกันต่อว่าหน้ากากทุเรียนจะเป็น Room 39 หรือไม่

**บทความนี้ HookTalk ได้รับเกียรติเขียนร่วมกับคุณไปร์ท** และก่อนหน้านี้ HookTalk เองก็เคยเชิญคุณไปร์ทมาสัมภาษณ์เกี่ยวกับ Social listening มาแล้ว

ใครชอบการวิเคราะห์ของเรา อย่าลืมกดติดตามเพจ HookTalk เพื่ออ่านบทความการตลาดมากมายด้วยนะครับ

Related Post