มือใหม่หัดใช้ UTM วัดผลแคมเปญใน Google Analytics

UTM-Tracking

หนึ่งในปัญหาที่มือใหม่ Google analytics มักจะพบบ่อยๆก็คือไม่รู้ว่า Traffic ที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรานั้นเข้ามาจากที่ไหน เพราะหลายๆครั้งผู้ใช้มักจะเข้าสู่เว็บไซต์ของเราโดยคลิกผ่านลิงค์จากเว็บไซต์อื่นๆเข้ามา ถ้าเราไม่มีการทำ UTM เพื่อติดตาม เราก็จะไม่รู้เลยว่าผู้ใช้เหล่านั้นคลิกลิงค์เข้ามาจากเว็บไซต์อะไร ในบทความนี้เราจะมาแก้ปัญหาโดยใช้ UTM กันครับ สำหรับใครที่รู้อยู่แล้วก็สามารถอ่านเพื่อทบทวนกันได้

ทำไมจึงต้องใช้ UTM

ถ้าเราต้องการวัดผลว่า Traffic ที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรานั้นมาจาก Source อะไรบ้าง เราสามารถทำได้ง่ายโดยการใช้ UTM ซึ่งมันจะช่วยให้เราวัดผล Campaign ที่เราทำโฆษณาผ่านมีเดียต่างๆได้อย่างแม่งยำมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเราอาจจะซื้อป้ายโฆษณาที่เว็บไซต์ abcdefg.com เราสามารถที่จะใช้ UTM เพื่อวัดผลได้ว่ามีจำนวน Traffic ที่มาจาก Source แห่งนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ หรือ เราอาจจะซื้อโฆษณาผ่าน Facebook เราก็สามารถใช้ UTM เพื่อวัดผลโฆษณาได้เช่นกันว่าเกิด Session ขึ้นทั้งหมดเท่าไหร่จากการซื้อโฆษณาผ่าน Facebook

** ข้อควรจำ** ถ้าคุณใช้ Google Adwords ในการทำโฆษณา คุณไม่จำเป็นต้องใช้ UTM เพื่อ Track อะไรทั้งสิ้น เพราะว่า Google adwords จะมี auto-tagging feature ช่วยในการวัดผลข้อมูลอยู่แล้ว

ทำความรู้จัก UTM ว่ามันคืออะไร

UTM เป็นพารามิเตอร์ที่เราวางต่อท้าย URL ซึ่งเป็น URL ของหน้า Landing page ที่เราใช้ โดยหน้าที่ของมันจะช่วยให้เราสามารถที่จะวัดผลได้ว่า Traffic ที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรานั้น มาจาก Source อะไร Medium อะไร Campaign คืออะไร แล้วส่งข้อมูลนั้นเข้าไปที่ Google Analytics การใช้ UTM มีประโยชร์กับเจ้าของเว็บไซต์มากๆ เพราะจะช่วยให้สามารถวัดผลประสิทธิของแคมเปญได้อย่างแม่นยำ

วิธีการวัดผลด้วย UTM

เมื่อรู้กันแล้วว่า UTM คืออะไร ต่อไปก็คือวิธีการใช้งานมันครับ

  1. เข้าไปที่ https://support.google.com/analytics/answer/1033867
  2. เลื่อนหน้าจอลงมาจนเจอส่วน URL builder form แล้วกรอกข้อมูลดังต่อไปนี้
  3. Source คือสื่อของแหล่งที่มา เช่น Facebook, mthai, sanook,
  4. Medium อธิบายง่ายๆคือวิธีที่สื่อนั้นๆใช้ในการแสดงโฆษณา ตัวอย่างเช่น CPC, Banner, layoutlink
  5. Campaign คือชื่อแคมเปญทางการตลาดของเรา ตัวอย่างเช่น summersales, remarketing, bookqrcode
  6. กดที่ จะได้ URL อันใหม่ที่ได้มีการทำ UTM เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถนำเอา URL นี้ไปแชร์ได้ตามมีเดียต่างๆได้ เมื่อมีคนคลิกที่ URL นี้แล้ว ข้อมูลจะถูกส่งเข้าไปที่ Google analytics ว่าผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์รายนั้นมาจาก Source, Medium และ Campaign ตามที่เรากำหนด

ตัวอย่างของการเขียน UTM

www.hooktalk.com/?utm_source=Facebook&utm_medium=BoostpostAd&utm_campaign=ecouponPromotion

ลิงค์ด้านบนนี้เป็นตัวอย่าง URL ที่ได้เติมการทำ UTM ไปแล้ว ซึ่งจาก URL นี้เราสามารถถอดความหมายออกมาได้ดังต่อไปนี้

  • Landing page คือ hooktalk.com
  • โดยการคลิกเข้ามาจาก Source คือ Facebook
  • ด้วยวิธีการหรือ Medium คือ Boostpost
  • จาก Campaign ชื่อว่า ecouponPromotion

แต่ผู้อ่านจะเห็นว่า URL ที่มีการทำ UTM แล้วจะยาวมากๆ ถ้าจะเอาไปแชร์บางทีมันจะกินพื้นที่และไม่สวยงาม จึงต้องมีการใช้คู่กับเว็บไซต์ย่อ URL เช่น bit.ly เพื่อย่อ URL ยาวๆนี้ให้สั้นลงแล้วค่อยนำเอาไปแชร์

 

Related Post